วันจันทร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ทำไมต้องใส่ใจเรื่องบ่า

คนราชทัณฑ์ กับ งานราชทัณฑ์
จากสองกระทู้นี้ครับ กระทู้ 1 และ กระทู้ 2  ขอบคุณสำหรับ comment ขอขยายความนิดนึง ว่า ทำใมเราต้องสนใจเรื่องบ่า คนที่อยู่ในกรม และไม่ได้ แต่งเครื่องแบบทำงานทุกวัน และไม่ได้คลุกคลีกับผู้ต้องขังในเรือนจำ ย่อมไม่รู้สึกรู้สาอะไร แต่คนที่อยู่เรือนจำ เอาประเภทที่อยู่ตามเรือนจำจริงๆ นะครับ ผมว่าทุกท่านคงมองเห็นปัญหาในการทำงานตามเรือนจำแล้วหละ ผมกำลังจะบอกว่า การเอาบ่า มากำหนดระดับในการปฏิบัติกับพวกเรา มันทำให้เกิดการมองที่ไม่สมเหตุสมผล คือมันขัดแย้งกับความเป็นจริง Conflict Reason ปกติเมื่อคนในองค์กร ที่ทำงานมานานแล้วมีความสามารถ ทั้งคุณวุฒิวัยวุฒิ ผู้บริหารสามารถหยิบคนเหล่านี้มาใช้งานได้อย่างเหมาะสม เช่น สมัยเป็น ซี ซี 6 ซี 7 สามารถมานั่งเป็นหัวหน้าฝ่ายได้ เพราะ มันสมเหตุสมผลในการบริหาร ถึงคุณจะไม่ใช่ ซี 7 เป็นแค่ ซี 6 แต่คุณทำงานมานานมีประสบการณ์ และสามารถทำให้ข้าราชการโดยรวมในที่นั้นยอมรับได้ มันก็สามารถปกครองกันได้โดยไม่ตะขิดตะขวงใจ เพราะเรามี ซี 1 2 3 4 5 เป็นผู้ปฏิบัติอยู่แล้วซึ่งเพียงพอ ดังนั้น พอ ซี 7 เกษียณ พวก ซี 6 ก็ไปสอบแข่งกันเป็น ซี 7  พวก ซี 5 ก็มีความพยายามที่จะสอบ ซี 6 เพื่อหวังได้เป็น ผู้บริหารเล็กๆ ระดับฝ่ายได้มั่ง พวก ซี 3 ซี 4 ก็ไปสอบกัน ทำให้คนราชทัณฑ์ มีความตื่นตัวในเรื่องการศึกษาหาความรู้ และมีความเคารพพวกผู้อาวุโสกัน ปกครองกันได้อย่างพี่กับน้อง แต่ทุกวันนี้ คนที่เป็นนักวิชาการ ชำนาญการ แล้วได้บ่า ซี 7 ลึกๆ คุณภูมิใจมั๊ย OK คุณอาจจะภูมิใจ แต่เวลาทำงานกับพวกชำนาญงานรุ่น น้า รุ่น อา รุ่นพ่อ รุ่น ลุง คุณทำงานกับพวกเขาได้มั๊ย เอาง่าย กล้าสั่งเขามั๊ย พวกนี้ อายุงาน 15 - 30 ปี นะครับ แต่ท่านชำนาญการรุ่นใหม่ ทำงานแค่ 7-8 ปี บางคน คุณลุง คุณอา พวกนี้สอนงานกันมาทั้งนั้น เห็นตั้งแต่บรรจุ ยัน เป็นชำนาญการ  รู้นิสัยใจคอหมด รู้กระทั่งว่า การทำงานมีกึ๋นแค่ใหน คราวนี้มาพูดเรื่องการบริหารองค์กร Organizational management  การแต่งตั้งโดยผู้บริหาร คือ ผบ ผอ และบริหารบุคคล เวลาเขาแต่งตั้ง หน.งาน หน.ฝ่าย เขารู้เต็มทั้งรู้นะครับ ว่า เด็กคนนี้ เพิ่งติดชำนาญการ แต่จำเป็นต้องแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้างาน/หรือหัวหน้าฝ่ายไว้ก่อน เพราะ บ่ามันกำหนดสถานภาพคนไว้แล้ว จะเอาชำนาญงานที่ ต่อให้ แม่ง...โคตรเก่งกาจในการทำงานแค่ใหน มาเป็นหัวหน้าฝ่าย...ก็ไม่ได้ เพราะ...ขอย้ำอีกที บ่ามันกำหนดสถานภาพคนไว้เรียบร้อยแล้ว ดังนั้น เรือนจำ ทัณฑสถาน ตอนนี้ แบ่งกันกลายๆ เป็น 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งคือ กลุ่มชำนาญการเก่าและใหม่ จะหารแบ่งกันในหน่วยงานในการทำงาน แม้แต่การเข้าเวรเสร็จ เช่นกลุ่มชำนาญการต้องเข้าเวรนอน เวรค่อนข้างสบายหน่อย เพราะเป็นระดับสัญญาบัตร กลุ่มชำนาญงาน ต้องเข้าเวรผลัด เพราะเป็นระดับที่เต็มที่แค่ Labor คือผู้ปฏิบัติทั้งปีทั้งชาติ  องค์กรโดยรวมไม่เกินปี สองปีนี้ มีปัญหาแน่ ผมย้ำเสมอ 1.การยอมรับนับถือกัน 2.การไม่ให้เกียรติกัน 3.ความเหลื่อมล้ำความก้าวหน้าไม่เป็นธรรม... 3 อย่างนี้มีในองค์กรใหน องค์กรนั้นบรรลัยแน่นอนครับ...แค่นี้ก่อนครับ

วันพุธที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2556

ความหวังที่อาจเป็นไปได้ยาก ลดดาวบนบ่า จริงใจหรือไก่กา

คนราชทัณฑ์ กับ งานราชทัณฑ์
เท่าที่สอบถามกรมฯ และประเมินดู ผลการขอมติ ในการเปลี่ยนเครื่องหมายบนบ่า สิ่งที่พวกเราเห็นจะๆ และในความรู้สึกเขาคือการลดซี พวกหัวหน้าฝ่าย ที่เป็น ซี 6  /6 ว. หรือ ซี 7  ที่ได้เป็นหัวหน้าอยู่ตอนนี้ ตามเรือนจำ ทัณฑสถานฯ เขาคงไม่ยอม อีกอย่าง คณะกรรมการบริหารบุคคลก็คือพวกที่เป็น 6/6 ว เดิม และ 7 เก่า ซะส่วนใหญ่ เขาคงตอบเสียงเดียวกันแน่ว่าไม่เห็นด้วย ผมโทรไปเลียบเคียงถาม นิติกร เจ้าของเรื่อง เขายังแบ่งรับแบ่งสู้ ไม่อยากให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ทั้งๆ ที่เงินเดือนไม่ลด ค่ากลางเท่าเดิม หิวบ่า ไม่ดูอนาคตองค์กรโดยรวม แต่นิติกรเขาก็บอกอยู่นะว่าที่เขาเห็นตรงกันคือมันบริหารงานกันไม่ได้ โดยเฉพาะตาม เรือนจำ ทัณฑสถาน อนาคต ราชทัณฑ์ (องค์กรโดยรวมนะ) มีปัญหาแน่ หากเปลี่ยนได้ตามแนวหนังสือสั่งการมันก็เป็นทิศทางที่ดีในอนาคต สำหรับองค์กร 

ดียังไงให้ย้อนไปอ่านกระทู้เก่าๆ การเอานักวิชาการ ชำนาญการ ซึ่งทำงานมาไม่กี่ปี มานั่งกดขี่(ขอใช้คำนี้ กดทั้งความก้าวหน้า ทั้งค่าตอบแทน รวมถึงการเลื่อนเงินเดือน) สายทั่วไป ลักษณะงานไม่ต่างกันเลยสำหรับ เรือนจำ ทัณฑสถาน คนที่เขาทำงานมานมนานมันหมดกำลังใจ และที่สำคัญ มันเป็นเรื่องการบังคับบัญชา และ เรื่องที่จะตามมาคือทัศนคติ การเคารพกันไม่ต้องพูดถึง เมื่อคนไม่เคารพกัน ผู้ใหญ่ผู้น้อยไม่มี มีแต่มองบ่ากันทำงาน แล้วการสั่งการในเรื่องงานราชการ มันจะเป็นยังไง คิดกันเอาเองครับ อยากเห็นพลังราชทัณฑ์สายทั่วไป ว่าจะกระตุ้นกันเองเพื่อขับเคลื่อนทิศทางความก้าวหน้าสำหรับสายนี้ได้หรือเปล่า ก็คงแค่นี้ครับ จริงใจหรือว่าไก่กา ต้องวัดใจผู้บริหารของกรมราชทัณฑ์กันอีกที สุดท้ายขออาลัย ป๋าเทพ เขาบิน ขอให้สู่สุขติครับ

วันอังคารที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2556

ลดดาวบนบ่า ผู้คุมสายทั่วไป ตื่นได้แล้ว แชร์ให้ความรู้กัน

คนราชทัณฑ์ กับ งานราชทัณฑ์
สวัสดีปีใหม่ 2556 ครับผู้คุมทุกท่าน กระทู้ที่แล้วว่ากันถึงเรื่องที่กรมฯ มีแนวโน้มให้ผู้คุม สายวิชาการ ได้เปรียบในเรื่องการประเมินเข้าตำแหน่งบริหาร เช่นการเป็น ผอ.ส่วนที่มาจากชำนาญการพิเศษ เข้าใจง่ายๆ มาจากสายวิชาการเท่านั้น ทำให้ผู้คุมเรา โดยเฉพาะคนหมู่มากสายเลือดหลัก คือ เจ้าพนักงานราชทัณฑ์ สายทั่วไป ต้องอกตรมก้มหน้าเศร้าฉลองปีใหม่ให้ตัวเองด้วยการเมาข้ามปีไปเรียบร้อยแล้ว พอถึงต้นปี เข้าไปแวะเวียนดูหนังสือสั่งการ ในเว็บกรมฯ สะดุด เข้ากับ หนังสือที่ ยธ 0711.1/186 ลงวันที่ 3 มกราคม 2556 เรื่องขอทราบความเห็นเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาปรัปปรุงแก้ไขเครื่องแบบพิเศษกรมราชทัณฑ์ ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ฉบับที่ 83 (พ.ศ.2537) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน พุทธศักราช 2479 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม และการกำหนดจำแนกตำแหน่งในเรื่องเครื่องหมายของข้าราชการกรมราชทัณฑ์ ผมจะว่าเอาง่ายๆ แบบภาษาผู้คุมนะครับ คือเดิม หลังจากเข้าแท่ง กรมเราก็กำหนดกระดานบ่า ขึ้นมา เพื่อให้มันสะดวกในการบังคับบัญชา และบ่งบอกขั้นการบังคับบัญชา ปรากฏว่า ตอนนี้มีเรื่องที่ผิดปกติสำหรับการจำแนกเครื่องหมายดังนี้ เครื่องหมายของชำนาญการพิเศษ 2 ดาวช่อ มันไปซ้อนกับ อำนวยการระดับต้น คือซ้อนกับ ผอ/ผบ ทั้งหลายที่เป็นตัวจริง อีกทั้ง ตำแหน่งชำนาญการ 1 ดาวช่อ มันมีผลกับการบังคับบัญชาการแต่งตั้งพัสดี และกระทบกระเทือนถึงวัฒนธรรมการทำงาน ความรู้สึก เกิดความเหลื่อมล้ำ และมีผลในการบังคับบัญชากัน 



เป็นมติแล้วนะครับ ฝ่ายกฎหมายกรม จึงได้เสนอแก้ไขกฎหมาย ขั้นตอนนี้เหมือนการขอมติ จากข้าราชการทั่วประเทศ ในส่วนของเครื่องหมายไปแล้วนะครับ ชำนาญการพิเศษ จะเหลือแค่ 1 ดาวช่อ นะครับ ชำนาญการ ยกเลิก 1 ดาวช่อ ต้องกลับมาใช้บ่า ซี 6 เดิม ปัจจุบันคือบ่า ชำนาญงาน OK นะครับ อย่างน้อยเราก็เห็นว่าคนในกรมฯ ยังมองเห็นความรู้สึกของผู้คุมสายเลือดใหญ่ สายทั่วไปกันบ้าง สายวิชาการคุณได้เงินเดือน คำนวณค่ากลางสูงกว่าก็ไม่ว่ากัน แต่มองเรามองท่านแล้ว ให้รู้สึกว่าเรายังเป็นผู้คุมเท่ากันอยู่ก็ยังดี หากได้อย่างที่ กรมฯ เขาพิจารณากัน การพิจารณาหัวหน้าฝ่ายหัวหน้างานตามเรือนจำ ทัณฑสถานฯ ก็คล่องตัวขึ้น ขืนปล่อยให้เป็นอย่างนี้ต่อไปแย่นะครับ ผมย้ำมาหลายบทความแล้ว สายวิชาการ อายุงานแค่ 6-7 ปี มีดาวช่อ ชำนาญงาน อายุงาน 15 ปี+ เครื่องหมายยังอยู่ที่ สามดาว การมองของผู้บริหารในการจับคนเข้ามาทำงานมันก็เหลื่อมล้ำกันแล้ว คนที่อยู่ชำนาญงานทำงานมาก่อนมีประสบการณ์การทำงานกับถูกกดให้อยู่ได้แค่ผู้คุม ส่วนเด็กทำงาน 6-10 ปี ไปเป็นหัวหน้างานหัวหน้าฝ่าย คือหากกรมฯ มองได้อย่างนี้แต่ทีแรก มันก็จะไม่เกิดปัญหาความเหลื่อมล้ำในการปฎิบัติงาน เอาหละ เมื่อฝ่ายกฎหมายกรมฯ เขาเดินหน้าเรื่องนี้ก็จะคอยดูกันต่อไป แต่ที่ต้องรีบออกกระทู้นี้มาเพื่อกระคุ้นเตือนให้ผู้คุมสายทั่วไป ทั้ง ปฎิบัติงาน ทั้ง ชำนาญงานทั้งหลาย คอยจับตา เรือนจำ ทัณฑสถานฯ ตัวเองว่า งานฝ่ายบริหารได้มีการสำรวจความเห็นของพวกเราสายทั่วไปแล้วส่งกรมตามผลการสำรวจจริงหรือเปล่า เพราะพวกที่อยู่ฝ่ายบริหาร ตามเรือนจำ เขาเป็นสายวิชาการกันเยอะ หากกฎหมายนี้ผ่าน เขาคงได้กลับมาไส่ สามดาวเหมือนเรา ฉะนั้น ผมกลัวว่า กจ ฝ่ายบริหาร จะหมกเม็ด fake แบบสำรวจ โดยที่พวกเราสาย ทั่วไป ไม่รู้เรื่อง ใครได้อ่านบทความนี้ โดยเฉพาะผู้คุมสายทั่วไป ทั้งหลายที่มีอยู่ตามเรือนจำ ช่วยแชร์พวกเราให้กระทุ้งเรื่องนี้ให้ออกมาเป็นรูปธรรมด้วย ทุกอย่างอยู่ที่พลังของพวกเราทุกคนใครที่เข้ามาอ่านช่วยแชร์ด้วยครับดาวน์โหลดหนังสือกรมได้ที่นี่ >>CLICK<<

วันจันทร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2555

และแล้วกรมราชทัณฑ์ก็เลือกสายวิชาการเป็นใหญ่

คนราชทัณฑ์ กับ งานราชทัณฑ์
ตามที่ได้โพสต์เกี่ยวกับความก้าวหน้าของสายงานทั่วไปในระดับอาวุโส ตอนนี้มีข่าวที่ค่อนข้างแน่นอน และน่าเสียดายสำหรับ เจ้าพนักงานราชทัณฑ์ ระดับชำนาญงาน ว่าตำแหน่งอาวุโสในช่วงนี้ไม่สามารถเปิดตำแหน่งได้ พูดง่ายๆ ไม่มีคำแหน่งให้ เชิญ ดักดานต่อไป แต่การประเมินจากสายทั่วไป ไปสายวิชาการ กรมจะเปิดโอเพ่น ให้สำหหรับ เจ้าพนักงาน ระดับ ชำนาญงาน ที่มีปริญญาตรี และมีภาค ก รวมถึงผู้ที่ขึ้นบัญชีสอบได้ในสายงานระดับปริญญาตรี(ขอใช้บัญชี) โอน/ประเมิน เป็นนักทัณฑปฎิบัติการ โดยใช้รูปแบบประเมิน ซึ่งส่วนใหหญ่ก็จะเป็นเจ้าพนักงานชำนาญงานใหม่ที่ทำงานมา ประมาณ 6 - 7 ปี แล้ว สำหรับผู้ที่ทำงานตั้งแต่ซี 1 เดิม อายุงานเกิน 15 ปี ที่กินตำแหน่ง ชำนาญงานอยู่ปัจจุบันนี้ให้ทำใจนะครับ ใครมีแรงไปสอบภาค ก ก็ไปสอบซะ ใครไม่มีแรงสอบ ก็เป็นผู้ปฎิบัติไปเรื่อยๆ นี่แหละครับ การที่ กรมราชทัณฑ์ เต็มไปด้วยนักวิชาการ การต่อสู้เพื่อความก้าวหน้าในสายงานทั่วไป จึงเป็นอะไรที่มืดมัว แต่ก็อย่าเพิ่งหมดแรงนะครับ อาจจะมี ความหวังๆไม่ปีใดก็ปีหนึ่งสำหรับพวกเรา
ท่านที่เป็นชำนาญงาน แก่ๆ ส่วนใหญ่พวก บรรจุ ปี 36-39 ซะส่วนใหญ่ พวกนี้อนาคต อาจจะอยู่ที่ชำนาญงาน จนเกษียณ ต้องทำใจครับ ในเมื่อคนทำเรื่องที่อยู่กรมฯ เขาเป็นนักวิชาการ เคยโพสต์ไปแล้ว นะครับ สิ่งใดที่เขาไม่มีส่วนได้เสีย พวกเขาจะไม่ต่อสู้ให้เด็ดขาด เจ้าพนักงานราชทัณฑ์ ชำนาญงาน ที่ทำงานอยู่ในกรม ไม่รับรู้ถึงความรู้สึกแบบเจ้าขุนมูลนาย ซึ่งยังมีอยู่ที่เรือนจำทั่วประเทศ ว่ามันเจ็บปวดในการปฎิบัติงานแค่ใหน ผู้คุมเรือนจำ ก็ต้องจำทน นานมาที โพสต์นี้ก็มีบ่นบ้าง พบกันกระทู้ต่อไปครับ ว่าจะเอาให้ถี่กว่านี้ แต่เวลามันไม่ค่อยมี สวัสดีปีใหม่ เพื่อนราชทัณฑ์ ทุกคนครับ บายครับ

วันเสาร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

เอากันอีกรอบ สายทั่วไป กับ สายวิชาการ

คนราชทัณฑ์ กับ งานราชทัณฑ์
หลายท่านคงเห็นคำสั่ง ปรับเงินเดือน ตามวุฒิ ซึ่งตอนนี้มีการปรับเงินเดือนตามวุฒิ บา่งท่านดูแล้วก็เฉยๆ ใครที่ติดตามอ่านบทความจากที่นี่ จะเห็น ศักดินาชนชั้น  บางคนก็ตกใจ เด็กทำงานหลังกู 5-6 ปี เข้างานมาหัดงานให้ตอนนี้ เงินเดือนมันแซงแล้ว เซ็งเป็ด  นวก.นทว. ชำนาญการ ทำงานกันกี่ปี เห็นๆ กันอยู่ ว่าทำงานกันเป็นยังไง บางคนไปกัน 20000 กว่า แล้ว  เฉลี่ย ต่ำสุดทำงาน แค่ 7-8 ปี 18000-19000 แล้ว  ผมกว่าจะ 15000 ต้องทำงาน 12 ปี ตอนนี้ เข้าปีที่ 17 เงินเดือน ยังไม่ถึง 19000 เลย ขนาด ได้ดีเด่นบ่อยนะนี่ อย่างว่าละครับ ใครที่ได้อ่านบทความก่อนๆ ท่านจะทำใจได้ ผมเคยบอกแล้ว  ดีเด่น ชำนาญงาน ยังไม่เท่า ดีมาก ชำนาญการ เลยครับ เขารอขึ้น เป็น ผอ.ส่วนกัน  ชำนาญงานก็รอเป็น ป๋า แล้วกัน ..555+ ทำใจครับ ป.ตรี 2 ใบ คงไม่มีประโยชน์ สำหรับกรมราชทัณฑ์ ว่าจะเอา ป.โท มานอนกอดเล่นอีกสักใบ ..ก็ในเมื่อแนวคิดการวางกรอบตำแหน่งอัตรากำลังของกรมราชทัณฑ์มันห่วย..เอาแต่สายวิชาการขึ้น ก็เอาภาพแผนที่แสดงความก้าวหน้าในปัจจุบันมาให้ดู...



ดูไปก็ทำใจซะ  หลับตาค่อยๆ จินตนาการไปตามภาพ ในอนาคต กรมฯ รจ/ทส จะวุ่นวาย  เพราะคนที่เป็นหัวหน้า เป็นเด็กที่เพิ่งทำงาน...สั่งงานกัน ลำบาก ครับ เผลอๆ สั่งกันไม่ได้ด้วย เพราะอายุงาน ประสบการณ์ มันผิดกัน ผู้คุม รู้ทางกันอยู่  แต่สายวิชาการ แรงจูงใจ เขามี  ทางขึ้นของเขาราบเรียบ  บางคนจึงขยันทำงานเป็นพิเศษ คนเก่งขยันทำงาน ดีนะครับ แต่คนโง่ ขยันทำงาน นี่ น่ากลัว  พังแทบทุกเรื่อง ท้าได้เลย ตาม รจ/ทส  พวกที่ทำงานเป็นหลัก ตามฝ่าย ส่วน ต่างๆ เป็นผู้คุมสายทั่วไปทั้งนั้น เพราะทำงานนาน ประสบการณ์เหลือเฟือ ไม่เกี่ยงงาน เพราะทำตั้งแต่ยังเป็น ผู้คุมกุลี บางคนเป็น กูรู ในงานเลยก็ว่าได้ ขณะที่ สายวิชาการ ส่วนใหญ่เราจะเห็นว่่า ทำงานฉาบฉวย เลือกงาน เลือกจุดที่จะทำ คอยแต่จะปั่นหัวนายหวังเป็นหัวหน้าฝ่าย แต่พอเป็นแล้ว ทำงานไม่เป็น เพราะสั่งใครไม่ได้ ความรู้ในงานน้อยกว่าเขา ..เอ่อ ต้องออกตัว ท่านที่เป็นสายวิชาการที่เป็นคนดี คนขยัน หรือมีคุณภาพ ผมไม่ได้ว่านะ ...มันรู้อยู่แก่ใจครับ ... ที่พูดถึง เรื่องจริงล้วนๆ นะครับ เพราะ สายวิชาการเขาถือว่า กระดานบ่าที่เขาเป็นอยู่มันเป็น ระดับฝ่าย ...ก็อยากให้ผู้ใหญ่ในกรมฯ ใครก็ได้ที่เฉียดผ่าน เว็บนี้ ชำเรืองมอง สักนิดนึง เสียเวลาอ่านบ้างก็ได้ครับ แล้ว หาวิธีจัดการ ให้มันสมดุลกันได้มั๊ยครับ...??? ถามไปงั้น แหละ  หากไม่ทำอะไรเลย ภายใน 5-10 ปีข้างหน้า  องค์กรราชทัณฑ์ จะเป็นการปกครองแบบใหน ไม่อยากคิดครับ ..ขอบ่น แค่นี้ครับ ... สำหรับท่านที่รอฟังหลักเกณฑ์ การประเมิน ขึ้น อาวุโส  เขาจะให้ เอา ป.ตรี มาประกอบด้วยนะครับ แว่วๆ มา..เพราะตำแหน่งอาวุโส สามารถ ไต่ ถึง อำนวยการ ระดับต้น ได้ จึงต้องมีหลักประกันเรื่องวุฒิการศึกษาครับ...อีกอย่าง เท่าที่ฟังๆ ดู พวกผู้ใหญ่ในกรม ที่เป็น อกพ.กรมฯ ที่มาจากสายวิชาการ คอยถ่วง เรื่องนี้อยู่ครับ...เพราะ คนในกรมฯ ส่วนใหญ่ 70 % ที่เป็นลูกน้องเขาในกรม ไม่ได้ประโยชน์ .. ปรับเงินสูงยังไม่พอ ยังใจดำกดหัวกันอีก...เฮ้อ...บาย พบกันกระทู้หน้าครับ

วันจันทร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ผู้คุม สายทั่วไป อาวุโส มีเฮ..ข่าวร้อนๆ

คนราชทัณฑ์ กับ งานราชทัณฑ์
หายไปนานกับความชอกช้ำและรอคอย ช่วงนี้ข่าวคอนเฟิร์ม กันหนาหู ว่า ผู้คุม ระดับ ผอ ชำนาญการพิเศษ กำลังจะออกอาละวาด แต่งตั้งกันหลังจากที่ขึ้นบัญชีกันไว้นาน ได้ยินมา ขอเน้น ได้ยินมาว่า ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งชำนาญการพิเศษ งวดนี้ คือพวกที่ขึ้นบัญชีสอบ และมีอาวุโสคือเป็นระดับ 7 เดิม ตั้งแต่ ปี 40 - 41 มีลุ้นทุกคน ข่าวว่า เซ็นต์คำสั่งแล้วด้วย ก็ดีใจด้วยครับ เอาละ มาว่ากันเลยสายทั่วไป ท่านที่ติดตามข่าว จะรู้ว่า ตอนนี้ กรมฯได้ กรรมการ อกพ.กรม แล้วนะครับ แล้วเขามีหน้าที่อะไร เขามีหน้าที่เกี่ยวกับการกำหนดตำแหน่ง คุณสมบัติ การเลื่อนใหลของตำแหน่ง ง่ายๆ คือดูกฎกติกา เกี่ยวกับอัตรากำลัง ตำแหน่ง และความก้าวหน้าของตำแหน่ง 


งานนี้ ท่านอธิบดี นั่งหัวโต๊ะเอง มีข่าวดีแ่ว่วๆ มาว่า  ตำแหน่งทั่วไป ชำนาญงาน เลื่อนขึ้นอาวุโส ใช้วิธีประเมินผลงาน ครับ ..ความหมายง่าย ๆ คือ รูดขึ้นได้เลย แต่ต้องมีคุณสมบัติตามที่ กพ กำหนด เช่น ครองสายทั่วไป ต่อเนื่องโดยรวมไม่น้อยกว่า 12 ปีจนถึงชำนาญงาน และการครองชำนาญงานต้องไม่น้อยกว่า 6 ปี(รวมอายุงานในระดับ 5 เดิม) เงินเดือนต้องถึงขั้นต่ำของตำแหน่ง อาวุโส..... เขาบริหารงานแบบตำรวจ ซึ่งจะเปิดโอกาส ให้ ผบ/ผอ หยิบ บุคลากรที่มีคุณภาพมาใช้งานได้อย่างคล่ิองตัว เพราะทุกวันนี้ตัวเลือกในระดับฝ่าย จะมีแต่พวก วิชาการ ระดับชำนาญการซึ่งมีแต่เด็กๆ พื้นฐานแนวคิดนี้ก็มาจากกฎ กพ นั่นแหล่ะ เมื่อข้าราชการต่างมีแท่งเป็นของตัวเ้องการแข่งขั้นก็จะเกิดเฉพาะแท่งตนเอง อันนี้ เป็นข่าวค่อนข้างจะแน่นอน เพราะทีมงานอธิบดี ได้มีการพูดคุยกัน ท่านที่อ่านไม่จำเป็นต้องเชื่อผมนะ...คอยดูต่อไป แต่ถือเป็นข่าวดี ผู้คุม ชำนาญงานทั้งหลายที่ทำงานนานๆ จะมีเฮครับ เตรียมผลงานย้อนหลัง 2 ปีไว้ เลย อกพ.กรมอาจกำหนดหลักเกณฑ์ และประกาศหลักเกณฑ์ ไวๆ นี้ ถ้าได้ตามนี้ ก็เป็น ขวัญกำลังไจที่ดี สำหรับผู้คุมสายทั่วไปครับ...อยากปรบมือดังๆ ล่วงหน้า ให้ท่านธิบดีคนนี้จริงๆ ความคืบหน้าต่อไปเป็นอย่างไร เดี๋ยวจะแจ้งเป็นระยะๆ ช่วงนี้กระพริบตาไม่ได้ครับ..ผมขอตัวไปคลุกวงในต่อ..สวัสดีครับ ..


วันอาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ไม่มีที่นั่ง สำหรับ ผู้คุม สายทั่วไป กับการสอบภาค ก. กพ

คนราชทัณฑ์ กับ งานราชทัณฑ์
หายไปนานครับ แต่ก็ยังติดตามความคืบหน้าต่างๆ แม้จะมีความหวังอันน้อยนิด ว่าผู้ใหญ่เบื้องบนเขาจะมีความเห็นใจ ข้าราชการผู้คุม สายทั่วไปอย่างไรในความก้าวหน้า เงียบครับ พอโผล่มาอีกที อาจมีคนสงสัยว่า ทำใม ตั้งหัวข้อกระทู้อย่างนี้ ก็ตามหัวข้อนั่นแหล่ะครับ ตราบใดที่งานราชทัณฑ์ ยังใช้กระดานบ่าในการตัดสินว่าใคร สูงกว่าใคร ผู้คุมสายทั่วไป ก็ต้องก้มหน้าทำใจครับ ตอนนี้ กรมเรียกผู้คุมใหม่รายงานตัวบรรจุ อีก 100 กว่าคน  ก็มานั่งดูน้องๆ มาตันกันที่ ชำนาญงาน ตอนเรียกบรรจุ คงจะดีใจกันครับ แต่อยู่ไประยะหนึ่ง โดยเฉพาะเมื่อประเมิน ชำนาญงาน แล้ว หลายคนคงท้อครับ ในเมื่อผู้คุมสายทั่วไป ซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ ของกรมราชทัณฑ์ ประมาณ 5 พัน กว่าคน ทั่วประเทศ มีตำแหน่งความก้าวหน้า แค่ 80 กว่าตำแหน่ง(หมายถึง อาวุโส) สายวิชาการ รับบรรจุมา 3 พัน ขึ้น ชำนาญการ ได้ทั้ง 3 พัน 


วันนี้กรมฯ พยายามเอาอะไรมาล่อ พยายามเอาค่าตอบแทนต่างๆ มาล่อ แต่ก็อย่างว่าหละครับ เรื่องค่าตอบแทนเสริม และเรื่องการพัวพันยาเสพติด สามารถกลบข่าว และกีดกันความคิดเรื่องความก้าวหน้าของผู้คุมสายทั่วไป ท่านอยากให้ผู้คุมเป็นมืออาชีพ แต่ พวกมืออาชีพ กลับได้เป็นแค่ผู้ปฏิบัติ พวกที่อยู่สายปฏิบัติเดิม ที่มีความรู้ความสามารถคลุกคลีกับผู้ต้องขัง เป็นสิบๆ ปี กลับถูกกันให้อยู่แค่ชำนาญงาน ท่านอยากได้ แม๊กซิมั่ม แต่ท่าน เอาคนที่เก่ง ดี มีประสบการณ์ มาบริหารไม่ได้ มันก็มีค่าเท่าเดิม คิดเล่นๆ ถ้าคน 5 พันกว่า พร้อมใจกันท้อ และใส่เกียร์ว่าง อะไรจะเกิดขึ้น สถานการณ์ แบบนครศรีธรรมราช อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ที่เขียนไม่ได้แอนตี้ ระบบแต่นี่คือความจริง ทุกวันนี้ ก็แทบจะไม่มีใครเคารพใครแล้ว มันเท่ากันไปหมด แต่พวกสายวิชาการอาจแย้งไปว่า อ้าวพวกคุณไม่ยอมไปสอบ สายนักทัณฑ์ เองนี่หว่า จะบ่นทำใม ขอโทษครับ สมัยก่อนจะเป็นระบบแท่ง ทุกซี สามารถ สอบ แข่งกัน ขึ้น 6-7-8  ได้  แต่ทุกวันนี้ การสอบสายวิชาการต้องผ่านภาค ก.กพ แล้วคนที่อยู่สายทั่วไป อายุงาน 15-20 ปี เขาคงไม่คิดไปสอบ เพราะหากไปสอบมาแล้ว ต้อง ลดบ่า และมานั่งนับ การครองสายงานใหม่ ที่ปฏิบัติการ 2 ปี ปีที่ 3-4 ถึงจะได้ชำนาญการ พูดง่ายๆ ต้องไปต่อ คิว รุ่นน้องที่เขามาสายวิชาการโดยตรง เขานับอายุราชการให้นะครับ แต่ไม่นับอายุในการครองสายงานให้ หากท่านใด คิดจะไปสอบ กพ.เพื่อจะไปสอบแข่ง นักทัณฑ์ ก็อยากจะให้ข้อคิดอย่างนี้ แต่ผม มาจากสายทั่วไป ก็ขอสู้ในสายนี้ ผมจะสู้ไปเรื่อยๆ จนกว่า จะมีตำแหน่ง อาวุโส ให้ผู้คุมสายปฏิบัติ และให้น้องๆ มีเส้นทางความก้าวหน้า ไม่ใช่ทำงาน 6 ปี ประเมินชำนาญงาน เหลืออายุงานอีก 20 กว่า ปี ไม่ได้เป็นอะไรเลยเป็นได้แค่ ผู้คุม ชำนาญงาน ยันเกษียณ ผมยังมีหวังอยู่ว่าจะมีผู้คุมสายทั่วไปที่มองเห็นความผิดปกติเข้ามาอ่าน ... แต่สิ่งที่อยากให้เป็นไป คืออยากให้คนที่อ่าน แชร์ ความรู้สึก เกี่ยวกับสิ่งที่เรากำลังเรียกร้องกันอยู่ ..หรือมีความรู้สึกอย่างไรกับกรมราชทัณฑ์เรา กับการทำงาน  ก็ให้พิมพ์เป็นบทความ จะยาวหรือสั้นก็ได้  อีเมลย์ เข้ามา แล้วผมจะโพสต์เผยแพร่ให้...พบกันตอนหน้าครับ