แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ชำนาญการ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ชำนาญการ แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

กระทู้ส่งท้ายปีเก่า กับพี่ๆ น้องๆ ราชทัณฑ์

คนราชทัณฑ์ กับ งานราชทัณฑ์

         ก็มาพบกันวันเบาๆ วันพักผ่อน กับครอบครัว ใกล้ปีใหม่แล้วนะครับ ช่วงนี้ อากาศก็เปลี่ยนแปลงบ่อย ระวังตัวกันด้วย พี่น้องทั้งหลาย ช่วงนี้ เรือนจำ / ทัณฑสถาน แต่ละที่ก็ต้องรัดเข็มขัดเก็บกวาดบ่านตัวเองให้เรียบร้อย ตามนโยบายเร่งด่วนของ รัฐมนตรียุติธรรม ครับก็จู่โจมกันทุกวัน แทคติกเรือนจำใครเรือนจำมัน  มีการเชือดผู้บริหารแล้ว นะครับ ทหารเข้าโคราช เรือนจำกลางเขต โทรศัพท์ ยา เพียบ ผู้บริหารโดนเก็บไปแล้วครับ ทั้ง เบอร์ 1 2 3  ก็ช่วยนายเราแล้วกันครับ หันกลับไปดูบ้านตัวเอง เพราะบางเรือนจำ ยังไล่จับเงาตัวเองอยู่ เหมือนหมางับเนื้อ พอทำไม่ได้ เหมือนคนที่อยู่ก่อน ก็เล่นสาดโคลนไส่ร้าย แล้วบอกตัวเองว่าเป็นมืออาชีพ เลิกเถอะครับ ทำงานเดินหน้า ไม่ใช่ถอยหลัง ท่านเก่งท่านต้องเก่งปัจจุบัน อย่าไปหาเรื่องไส่ร้ายเด็กมันเลยครับ มีหลักฐานก็เล่น กันเลย ขอท้า มีแต่เห่าสร้างกระแสเป็นฮีโร่ในคอกตัวเอง มันไม่แมน อันนี้บ่นให้ฟังลอยลม(ได้ยินว่าที่ทำงานเก่า ไดโนเสาร์โบราณขี้แอ๊คใช้ปากทำงานกันเยอะเลยอดว่าไม่ได้...ใครเป็นอย่างว่าก็รับนะจ๊ะ...ใครไม่เป็นก็อยู่ซื่อๆ..)
         ต้องช่วยกรมประชาสัมพันธ์หน่อยนึง เข้าไปหน้า ข่าว กจ. เว็บกรมฯ ก็จะเห็น ข่าวสำคัญเช่นการสมัครสรรหา อำนวยการระดับสูง ....คลิ๊กหนังสือ...และการแต่งตั้งชำนาญการเด็กๆที่มีคุณภาพ(คนแต่งตั้งเขาเชื่อยังงั้น)...ใครบ้าง ก็...คลิ๊กซะ....ว่ากันไปหลายตอนแล้วกับบริบทความเหลื่อมล้ำ และความแตกต่างของคนอาชีพเดียวกันแต่ถูกแบ่งชั้นด้วยดาวบนบ่า....มีชำนาญการหลายคน พูดกระแนะกระแหนผมหลับหลัง...ไม่ใช่สิเอาเป็นว่าพูดต่อหน้าคนอื่นที่ผมไม่ได้ยิน..คนนั้นเลยมาเหลาให้ฟัง..ฟังเขามาอีกทีนึง...อิอิ  ว่าที่ผมทำอยู่เป็นการปลุกระดมอยากมีดาวกะช่อ เหมือนพวกมัน มีเหน็บอีกว่าทำไมแน่จริงไม่ไปสอบ ก.พ.แล้วสอบนักทัณฑ์แข่งกับเขา..เก่งจริงก็ได้เอง...ผมก็จะตอบตรงนี้ว่า..ให้มึงเก่งไปเถอะครับ ประสบการณ์ที่อยู่กับตัวกูมีคุณค่ากว่า ดาวบนบ่าของมึงมากครับ...กูทำงานจนหงอกหมดแล้ว จะให้กูไปแข่งกับเด็กๆอย่างพวกมึงพอสอบได้แล้วไปต่อคิวตำแหน่งมึง กูขอเกษียณ ชำนาญงานดีกว่า...แหม้อดใช้คำไม่สุภาพซะ..เอาเป็นว่าที่ผมทำอยู่เนี่ย ประโยชน์ที่ได้ก็จะตกทั่วถึงกันทั้งหมดของพี่น้องผูุ้มสายทั่วไป...โดยเฉพาะผู้คุม ..ตจว...ให้มีโอกาสได้เกษียณ ที่มีอัตราเงินค่าครองชีพหลังเกษียณให้คุ้มค่ากับอายุการทำงานหน่อย...พวกคุณจะขึ้นเป็นผู้บริหารก็ต้องพึ่งพวกผม แก่ๆทั้งหลายนี่แหละ แต่ถ้าไอ้แก่อย่างพวกผม ไม่ทำพวกคุณจะทำยังไงได้...เป็นเถอะครับ ผอ/ผบ แค่เห็นไอ้ที่แต่งตั้งล่าสุด เกิดเป็นใหญ่ขึ้นมากูก็เรียกท่านไม่ลงหละวะ...มึงบริหารเรือนจำไปคนเดียวเถอะ...พอแล้วกับขี้ปากพวกนี้

          ที่ผ่านมาก็คอยติดตามข่าวสารเรื่องความก้าวหน้าพร้อมกับการทำงานที่นับได้ว่าเริ่มเครียดขึ้นทุกวัน ก็มีเอกสารชิ้นนึงที่ผม ได้ส่งไปให้ท่านอธิบดีพิจารณา...ก็เข้าใจผู้บริหารไม่ค่อยมีเวลาให้เรื่องนี้เพราะต่างคนก็โดนนโยบายไล่บี้อยู่....เป็นเอกสารที่คิดว่าพวกผู้คุมเราที่ได้เข้ามาอ่านน่าจะได้รับรู้ว่า...ผู้ใหญ่ได้รับรู้เรื่องราวความเหลื่อมล้ำที่เป็นอยู่ ก็ส่งเมลย์แนบไปพร้อมภาพที่ปรากฏหน้ากระทู้นี้แหละ...ใครสนใจก็โหลดไปอ่านเล่นดู...ปล.ผมไม่เคยใช้นามแฝงในการติดต่อโลกโซเชียล..เพื่อนฝูง พี่น้องหลายคนที่ผมทำงานด้วยกันมาก็รู้นิสัยดี...รู้มือ รู้การทำงานของผมดี...คลิ๊กเอกสาร...กระทู้นี้คงสวัสดีปีใหม่ไปด้วยเลย...ขอบคุณท่านที่อ่านครับ.....โหลดรูปภาพ

วันพุธที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ประวัติท่านอธิบดีกรมราชทัณฑ์

คนราชทัณฑ์ กับ งานราชทัณฑ์
ประวัติ ท่านอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ท่านวิทยา สุริยวงศ์ 
คุณวิทยา สุริยวงศ์ เป็นชาวเชียงใหม่โดยกำเนิด จบการศึกษาจากโรงเรียนปรินส์รอแยลและโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย

การศึกษา/ฝึกอบรม

: สังคมสงเคราะห์ศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
: อาชญาวิทยามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย
(Master of Criminology, The University of Melbourne, Australia)
: นักบริหารงานราชทัณฑ์ระดับสูง กรมราชทัณฑ์ : นักบริหารระดับสูง (นบส.) ๔๔ สำนักงาน ก.พ.
: การป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) ๒๕๕๒
: นักบริหารการยุติธรรมทางปกครอง ระดับสูง (บยป.) รุ่นที่ ๒
: สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD)
- หลักสูตร Director Certification Program (DCP ๑๔๘/๒๕๕๔)
- หลักสูตร Role of the Compensation Committee (RCC ๑๓/๒๕๕๔)
: ผู้บริหารกระบวนการยุติธรรม ระดับสูง (บ.ย.ส.) รุ่นที่ ๑๖
: Prison Administration, Singapore,
: Crime Prevention and Treatment of Offenders, Japan
: Management of Vocational Training, Italy
: Human Rights and Humanitarian Laws, LUND University, Sweden
: Management of Penal Institutions, Japan
: Law Enforcement Administration, USA
: International Crime Issues, IVLP, USA
: Senior Executive Program (๖๓) London Business School, University of London, UK 


ขณะดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาข้าราชการราชทัณฑ์ กรมราชทัณฑ์ 

ประสบการณ์การทำงาน

: ดำรงตำแหน่งในระดับผู้อำนวยการที่กรมราชทัณฑ์รวม ๕ ตำแหน่ง ได้แก่
- ผู้อำนวยการส่วนการราชทัณฑ์ต่างประเทศ
- ผู้อำนวยการส่วนมาตรการควบคุมผู้ต้องขัง
- ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาข้าราชการราชทัณฑ์
- ผู้อำนวยการกองแผนงาน
- ผู้อำนวยการกองคลัง
: ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาบุคลากรในกระบวนการยุติธรรม สำนักงานกิจการยุติธรรม
: รองผู้อำนวยการสำนักงานกิจการยุติธรรม
: ผู้อำนวยการสำนักงานเตรียมการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรม และความยุติธรรมทางอาญา ครั้งที่ ๑๑ (The Eleventh United Nations Congress on Crime Prevention and Criminal Justice) พ.ศ. ๒๕๔๖ - ๒๕๔๘
: ผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา ประจำสำนักงานสหประชาชาติว่าด้วยการควบคุมยาเสพติดและอาชญากรรม (Regional Expert in Crime Prevention and Criminal Justice for the UN Office on Drug and Crime)
: ผู้อำนวยการโครงการ ELFI (Enhancing Lives of Female Inmates) ในพระดำริของพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา
: เลขาธิการคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๕๒ - ๒๕๕๕
: ผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ
: ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๕๔ – ๒๕๕๕

ถวายงานพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัขรกิติยาภา

ด้วยความเป็นลูกหม้อของกรมราชทัณฑ์

ตั้งแต่แรกเริ่มราชการกระทั่ง

ดำรงตำแหน่งในระดับผู้อำนวยการ

ของกรมราชทัณฑ์รวม ๕ ตำแหน่ง

นับว่าท่านเป็นบุคคลที่เป็นลูกหม้อ

และเข้าใจงานของกรมราชทัณฑ์อย่างถ่องแท้

เครดิต...http://www.oknation.net/blog/nfedlion/2014/07/04/entry-1

วันอังคารที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2557

อนุศาสนาจารย์ ผู้คุมนอกสายตา

คนราชทัณฑ์ กับ งานราชทัณฑ์
             สวัสดีพี่น้องผู้คุมทั่วประเทศ ห่างหายไปนานอีกเช่นเคย มาถึงวาระออกพรรษา ก็มาพบปะกันซะหน่อย...เกี่ยวไรวะ..อิอิ.. ความคืบหน้ากรณี ความก้าวหน้าสายทั่วไป ก็ยังไม่คืบหน้าอะไร ... อาจเนื่องจากความผันผวนทางการเมือง...เกี่ยวมั้ย..ก็อย่างว่าครับ กรมราชทัณฑ์ สายวิชาการ เป็นเทวดา สายทั่วไปเป็นแรงงานรับจ้าง...พอเข้ามาดูหนังสือเวียนเห็นหนังสือเกี่ยวกับตำแหน่งอนุศาสนาจารย์ หนังสือที่ ยธ 0702.1/28754 ลงวันที่ 1 กันยายน 2557 เรื่อง การกำหนดตำแหน่งประเภทวิชาการเพิ่มใหม่ เพื่อกำหนดตำแหน่งที่มีลักษณะงานด้านการอบรมและพัฒนาจิตใจผู้ต้องขัง...โหลดหนังสือคลิ๊กเลย....เนื้อหาประมาณว่า ทางกรมได้ไปขอให้ ก.พ.กำหนดตำแหน่งด้านการพัฒนาจิตใจมาเป็นสายวิชาการ เรียกว่าตำแหน่งศาสนากร ว่างั้น...ซึ่ง ก.พ.ก็ได้ตอบกลับมาอย่างเด็กขาดว่า บ่ได้ บ่ได้...แถมยังสอนมวยกลับมาว่า ตำแหน่งอนุศาสนาจารย์ หากจะปรับปรุงให้เจ้า นำเสนอ อ.ก.พ.กระทรวงเพื่อกำหนดตำแหน่ง โดยไปพิจารณาตำแหน่งนักทัณฑ์ที่เป็นตำแหน่งหลักทางวิชาการของคุณ ให้ทำงานครอบคลุมซะก็สิ้นเรื่อง ไม่ต้องมาปรับเปลี่ยนให้วุ่นวาย...หลักเกณฑ์ต่างๆ ก็ไปว่ากันตาม ว.17 ปี 2552 เด้อ...ปิดท้ายหนังสือ กรมราชทัณฑ์ ยังบอกอีกว่า ถ้าอยากเป็นนักวิชาการก็ไปสอบ ภาค ก.ซิ แล้วเปลี่ยนเป็นนักทัณฑ์ซะ...เพราะทุกวันนี้ อยากเติบโตก้าวหน้า ต้องมาเป็นนักทัณฑ์เท่านั้น...
              อ่านแล้วท่านเห็นอะไร...ผมไม่รู้นะ เพื่อนผู้คุมหลายท่านอาจจะมีมุมมองที่แตกต่างกัน...แต่สิ่งที่ผมเห็นคือ
               1. สงสารสายงานอนุศาสนาจารย์กรมราชทัณฑ์....
               2. มุมมองของคนที่อยู่กรมราชทัณฑ์ในการที่จะหาทางก้าวหน้าให้สายงานอื่นที่ไม่ใช่วิชาการ...โดยเฉพาะผู้ใหญ่บางท่าน
               3.การทำงานของหน่วยงานที่เป็นปากเป็นเสียงให้ข้าราชการกรมราชทัณฑ์ ทุกสายงาน เพื่อความก้าวหน้าในอาชีพ (กจ) ไม่เอาทะเล...


               ทำไมถึงว่าอย่างนั้น สายงานอนุศาสนาจารย์ ใครเข้ามากว่าจะได้ชำนาญงาน ต้องอายุงาน ถึง 9 ปี นี่คืออะไรครับ นี่คือเงินเดือนคุณต้องกินในระดับปฏิบัติการ และค่าตอบแทนกลาง มิดพ้อยท์ ในการตอบแทนประจำปี ต้องเป็น ..ปฏิบัติงาน...ตั้ง 9 ปี...ในขณะที่เด็ก ป.ตรี เข้ามาในระบบใหม่ เป็นนักทัณฑเทวดา ..ประเคน เงินเดือน บวกครองชีพ 15,000 และอยู่เล่นๆ แบบ ไม่ต้องเข้าเวร ไม่เปลืองตัว ซัก 6 ปี ก็ได้ 1 ดาว กับ 1 ช่อ แล้ว  การวิ่งของค่าตอบแทน ผิดกัน คุณภาพคน ผิดกัน ตอนนี้หัวอกเดียวกับสายทั่วไปที่ ไปรอเกษียณที่ชำนาญงาน ความก้าวหน้าไม่ต้องพูดถึง...
               มุมมองของคนที่อยู่ในกรมราชทัณฑ์ นี่คือเรื่องจริง เขาดันไปมองแบบตำรวจ ทหาร คือเขาถือว่า สายเทวดาหากเทียบเป็นสัญญาบัตร เป็นผู้บริหาร..ซึ่งจำเป็นต้องมีการบังคับบัญชาที่เหมือน หรือใกล้เคียงกัน .แต่เขาลืมมองความจริงที่ว่า เราเป็นข้าราชการพลเรือน ลักษณะงานเราอยู่ในพื้นที่เฉพาะ ทำงานคละกัน ทุกคนเป็นผู้คุมหมด...สมัยก่อน ผู้คุมเรา เคารพ กันด้วยคุณวุฒิวัยวุฒิ เพราะทุกคนถือว่า เท่าเทียมกันในเรื่องความก้าวหน้าการเติบโต เพราะระบบมันไล่ซีกัน 4 ไป 5   5 ไป 6   6 ไป 7  7 ไป 8 ซึ่งสามารถแข่งขันกันได้ทุกสายงาน ทุกวันนี้ต้องเป็นสายนักทัณฑเทวดาเท่านั้นถึงมีสิทธิ...อย่ามาพูดเรื่องความเท่าเทียมเลยครับ...อายปาก
               หน่วยงานที่เป็น ปากเสียง ผมเคยสอบถามหลายคน นะเกี่ยวกับทัศนะคติของคนพวกนี้ พวกนี้เขามองแต่ตัวเอง เขาไม่มองผู้คุมทั้งประเทศ เขามองแค่คนไนกรมฯ และสายวิชาการเท่านั้น พอผมชวนคุยเรื่องตำแหน่งอาวุโส ทำไมไม่เปิดตำแหน่ง  เขาว่าไงรู้มั้ยครับ  เขาบอกว่า ตำแหน่งอาวุโสเอาไว้ให้คนใกล้เกษียณ เพราะคำว่า อาวุโสก็บอกอยู่แล้ว...ผมก็พูดไม่ออกนะ ทุกวันนี้ พวกที่เป็นชำนาญการ สายเทวดา ทุกคน อยากเป็น ผอ. ผบ ทั้งนั้น และเขาก็มีโอกาส แต่พวกเราสายแรงงานหล่ะ ทำไมถูกกดทับซ้ำแล้วซ้ำเล่า...ทุกวันนี้ การทำงานเรือนจำ ก็อาศัย พวกชำนาญงานประสบการณ์สูงค้ำจุนเรือนจำทั้งนั้น....ค่านิยมเด็กนักทัณฑเทวดา ทุกวันนี้ คือการทำงานอะไรก็ได้ที่ผ่านไปวันๆ และสบาย เพราะอีกไม่กี่ปี ก็ ได้ชำนาญการแล้ว...ผมเคยเห็นชำนาญการบางคน ถูกเกณฑ์ไประงับเหตุจราจลที่ เรือนจำ นะครับ ผมสมเพช น้ำหูน้ำตาใหลใจสั่น กลัวผู้ต้องขังมีแต่พวกเราชำนาญงานแก่ๆ แบกโล่ห์ตะบองออกทัพหน้า...บางคนอยู่ถึงชำนาญการเวรยามไม่เข้าเลยนะครับ..เพราะเขามีความเชื่อว่า ต้องทำให้ประวัติตัวเองสะอาด เพื่อจะได้เป็นผู้บริหารแบบสะอาดๆ ...ถุยย..หลายคนไม่เคยคุยกับผู้ต้องขังด้วยซ้ำ แล้วโตมามึงจะปกครองเรือนจำยังไง...ก็เหมือนหน่วยงานหนึ่งในกรมที่มีหน้าที่ต้องทำให้เรามันก็ไม่ทำ... และการที่คุณไม่สามารถทำให้ความก้าวหน้ามันเท่าเทียมกัน...วิกฤติการบังคับบัญชามันเกิดขึ้นแน่...อยากเป็น ผอ.ผบ แต่พอออกไปแล้ว สั่งงานสั่งการไม่ได้ ดูซิว่าคุกจะเป็นยังไง....อีกอย่างการ หารือ หรือ ช่วย ในการขอตำแหน่งหรือกำหนดความก้าวหน้า ให้สายอื่น ...น่าจะไปศึกษา หนังสือเวียน กฏ ระเบียบ ก.พ.ที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ก่อนดีมั้ย...กรมราชทัณฑ์เรา มีการกำหนดตำแหน่ง และ ภาระกิจหลัก ไปแค่ 2 สายงาน คือสายวิชาการ ในตำแหน่งนักทัณฑ  และ สายทั่วไป ในตำแหน่ง เจ้าพนักงานราชทัณฑ์ โดยเฉพาะ เจ้าพนักงานราชทัณฑ์ เป็นสายงานในภาระกิจหลัก ที่กรมขอไป แต่โดนกดซะงั้น....อย่างหนังสือตัวนี้ อยู่จะไปขออนุศาสตร์ ซึ่งก.พ.รับรองว่าไม่เป็นสายงานที่จบ ป.ตรี ให้ไปครอบสายวิชาการทางศาสนาไปซะงั้น...มันได้ที่ใหน..ดีนะ ก.พ.มันไม่ตอกกลับมาด้วยว่า กรมช่วยไปแหกตาดูการกำหนดตำแหน่งตามภาระกิจของคุณดูซิคืออะไร...ไม่ใช่อยากขอให้เขาเสือกไปข้ามสายงาน กับภาระกิจซะงั้น...ภ้าจะขออย่างนั้น ขอให้อนุศาสนาจารย์เติบโตขึ้นถึง อาวุโส ไม่ดีกว่าหรือ...เพราะมันมีกรอบของกรมราชทัณฑ์อยู่แล้ว...อย่ามาอ้างเรื่อง ปริญญาตรี โท นะครับ...มีกันแทบทุกคน...สุดท้ายก็ขอความเท่าเทียมกันจริงๆ ของการเติบโตในกรมราชทัณฑ์จงบังเกิดขึ้น กับทุกสายงานด้วยเถอะ... เพี้ยง...ขออำนาจเจ้าพ่อเจตคุปต์ ช่วยไปกระซิบผู้ใหญ่ให้ที...เอากันวันที่ 13 วันสถาปนานี่แหละ...ขลังนักเจ้าพ่อ...หากผู้ใหญ่ท่านใด ทำให้เกิดความเท่าเทียมได้ ราชทัณฑ์เราจะไปได้ไกล และท่านก็จะเป็นตำนาน เหมือน  พลโท กมล  ประจวบเหมาะ ที่เปิดบ้านราชทัณฑ์..ให้คนภายนอกได้มีโอกาสเข้ามารับใช้งานราชการ จนถึงทุกวันนี้............. โหลดหนังสือคลิ้ก....

วันอังคารที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

หรือผู้คุมจะถึงทางตัน

คนราชทัณฑ์ กับ งานราชทัณฑ์
ผู้คุมเราทุกวันนี้ กำลังโดนกระแสอะไรบางอย่างกดดันอย่างเงียบๆ ว่ามั๊ยครับ ความอึดอัดในการทำงาน การเลือกปฏิบัติ ทุกวันนี้มีการแบ่งสายชัดเจนในเรือนจำ คนกรมฯ จะไม่รู้สึก แต่คนเรือนจำ รู้สึกได้ ความก้าวหน้าไม่มี (สังเกตให้ดีสอบ ช.พิเศษ เที่ยวนี้ คนกรมฯ เข้าวินเพียบ - เอ่อ.. สายทั่วไปไม่ต้องหวังอะไรนะครับ เพราะเขาให้คุณเกษียณแค่ชำนาญงาน) คุณภาพชีวิตก็แย่ลง ผู้คนรุ่นเก่าๆ อายุงาน 15 ปี ขึ้น ได้แต่ปลงจะไปใหนก็ไม่ได้ ยังรู้สึกถึงบุญคุณข้าวแดงแกงร้อนของราชทัณ์ฑอยู่ยังมีใจอยู่ ว่างั้นเถอะ เป็นที่ยอมรับกันทั่วไป ระบบงานเรือนจำ งานเท่าเดิม และมีแนวโน้มว่าจะเยอะกว่าเดิม แต่หาบุคคลกรจะมาทำหน้าที่แทบไม่มี เช่น งานการเงิน  พัสดุ งานบัญชี  เนื่องจากงานพวกนี้มันเสี่ยงมาก (ปล.ขอนแก่นโดนฟันแล้วครับ 2 ล้านก่าๆ เจ้าหน้าที่ถูกหวยกันระนาว ทั้งที่เกี่ยวโดยตรง เกี่ยวแบบเฉี่ยวๆ บวกกรรมกร เอ้ย กรรมการ รอบข้าง) งานเอกสาร นโยบาย ตัวชี้วัด

 พวกนี้เป็นงานเอกสารจุกจิก ต้องเป็นคอมฯ เป็นโปรแกรมเวิร์ด เอ๊กเซล ไม่งั้นไปไม่ได้ แถมมานั่งทำงานต้องมาคอยประคบประหงมเครื่องคอมฯ สำนักงานที่ใช้แบบคุ้มสุดๆ ซ่อมเล็กซ่อมน้อย ก็ต้องควักตังเอง แถมกระดาษหมดก็เบิกยากแสนยาก ทุกวันนี้เราจึงเห็นผู้คุมเลือดใหม่ เลือกที่จะอยู่ภายในคุกมากกว่า (คุมผู้ต้องขัง )อย่างน้อยเลิกงานก็ไม่มีอะไรพัวพันเหมือนเจ้าหน้าที่ การเงินบัญชี นโยบายแผน กลับบ้านตรงเวลา มานั่งดูหน้าลูกเมียตั้งวงกินเหล้านินทาจ้าวนายสบายแฮ...ท่านมองรอบตัว ท่านจะเห็นความเหลื่อมล้ำ ความเสื่อมศรัทธา อนาคตอันใกล้ สายบังคับบัญชาจะพัง เอาเด็กมาเป็นผู้ใหญ่ แล้วผู้ใหญ่ก็ใส่เกียร์ว่าง เด็กมาเป็นใหญ่จะใช้ใครก็ไม่ได้ จะเรียกท่านก็กระดากปาก ทำไมถึงว่าอย่างนั้น มองใกล้ๆ ตัวท่าน ทำงานมาไม่กี่ปี เป็นลูกเวร อยู่ดีๆ พอได้เป็นชำนาญการ ไม่ยอมเข้าลูกเวรซะงั้น งอแงขอเข้าผู้ช่วยพัสดี พอได้รับงานใหญ่ผู้ใหญ่เอ็นดูก็ไปไม่เป็นเพราะประสานงานใครไม่ได้ โดยเฉพาะกับคนเก่าๆ ผู้คุมเก่าสายทั่วไปมือฉมังทำงานไว ก็ส่ายหัวเก็บปากเก็บความคิด เดินเข้าเวร แล้วแต่มันจะเป็นไป....เรือนจำไม่ใช่ของตรู หมดยุคแล้ว ขอแก่กะโหลกกะลาดีกว่า ให้เด็กใหม่สายวิชาการทำงานกันไป ... ว่าแล้วก็เดินเข้าเวรเงียบๆ คนเดียว ฮิ้ววว...นานๆมาทีก็บ่นงี้หละครับ อย่าว่ากัน อ่านกันเพลินๆ ขอบคุณทุกคอมเม้นท์ อ้อ ตอนนี้ผู้คุมต่างจังหวัดเขามีแนวคิดใหม่แล้ว เดี๋ยวกระทู้หน้าว่ากัน กระทู้นี้ไปก่อนแล้วครับ บายยย.....  เซ็งเป็ด

วันพฤหัสบดีที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

มุมมองสะท้อนชีวิต ผู้คุม อ่านแล้วคิดกันเอาเอง

คนราชทัณฑ์ กับ งานราชทัณฑ์
ที่ผ่านมาพอดีได้เจอเหตุการณ์บางอย่างเข้าโดยบังเอิญ ก็อยากจะเล่าให้ฟัง มันอาจสะท้อนอะไรได้บ้าง ประมาณว่า มีอยู่ 2 เหตุการณ์ เริ่มเลยแล้วกัน
เหตุการณ์แรก - ประมาณ สองอาทิตย์ที่ผ่านมา ช่วงที่กรมราชทัณฑ์รับสมัคร ชำนาญการพิเศษ วันนั้น นั่งทำงานอยู่โต๊ะคอมมุมห้อง กำลังนั่งคิดโครงการให้เรือนจำอยู่ เป็นช่วงกลางวัน ถัดไปอีกสองช่วงโต๊ะ น้องๆ ชำนาญการใหม่ สามคน ประมาณว่า เพิ่งติดมาไม่นานทั้งสามคน รุ่นบรรจุ ปี 44-45 อายุอานามก็ราวๆ 30-33 ปี นี่แหละ เขาคุยกันเราเผอิญได้ยิน ประมาณว่า
ชก.1 - สมัครชำนาญการพิเศษกันหรือยังผมส่งแล้วนะ
ชก.2 - ผมกำลังทำผลงานอยู่รอกันหน่อยซิ
ชก.3 - ช่วยผมทำหน่อย แต่เราเพิ่งเป็น ชก.สองปีเองมีสิทธิได้เหรอ
ชก.1 - เฮ้ย สายเราเขาให้มาโตมีตำแหน่งรออยู่แล้ว ปีนี้ไม่ได้ ปีหน้าก็ประเมินผลงานส่งกรมฯคัดเลือกใหม่  ตำแหน่ง ชำนาญการพิเศษ มีคนเกษียณ ทุกปีอยู่แล้ว
ชก.2 - โชคดีนะที่พวกเราอยู่สายนี้ (เขาพูดกันเหมือนเราไม่มีตัวตนนั่งอยู่ในห้องเลย อันนี้ เรื่องจริง)
ชก.3 - งานเป็นไงมั่งเห็น นายเร่งนโยบาย กับจังหวัดอยู่
ชก.1 -  ก็ตามกระแสไปเรื่อยๆ นายว่าไงก็ว่างั้น ให้พี่... ที่เขาเก่งนโยบายทำไป เราก็ตามน้ำ ปีนี้ ได้ดีมากก็ถือว่ากำไรแล้ว
ชก.2 - หิวข้าวแล้ว ออกไปหาอะไรกินกันดีกว่า....
แล้ว ชก.ทั้งสามก็ออกไปหาอะไรกินก่อนออกจากห้องน้องคนนึงคงมองเห็นเรา แล้วทำเป็นชวนไปกินข้าว เราก็นึกในใจ ไอ้ห่า กูนึกว่ากูไม่มีตัวตนซะแล้ว...55555  จบเหตุการณ์ที่หนึ่ง...
เหตุการณ์ที่สอง - เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมานี่เอง เราเข้าเวรเรือนนอน ผลัด 1 หลังจากเก็บคนขึ้นขังเสร็จ เราก็มารอพวกกลับจากศาล ที่ห้องควบคุม เจอ ป๋า....(ไม่ออกชื่อแล้วกัน)ซึ่งเข้าเวรผลัด 2 ป๋าคนนี้ ประมาณว่า เหลืออีก 4 ปี จะเกษียณ แกนั่งทำหน้าเซ้งๆ เราเลยเข้าไปนั่งข้างๆ เลยได้คุยกันประมาณว่า
ป๋า - ไอ้น้อง ป๋า เก็บขังแล้ว วันนี้ รถข้าวสารเข้ามา ป๋าต้องไปตรวจรับอีก เขาให้เป็นกรรมการ เหนื่อยวะ
เรา - ก็ตามหน้าที่นะป๋า ต้องทำใจ
ป๋า - (ทำหน้าเหมือนมีอารมย์)ไอ้น้อง พวกชำนาญการมันทำอะไรมั่งวะ ทุกวันนี้มีแต่พวกเราชำนาญงานเท่านั้นที่ทำงานรับผิดชอบทุกอย่าง เวรต้องเข้าเวรผลัด เป็นคณะกรรมการภายในให้วุ่นไปหมด เดี๋ยวรถข้าวมา รถขนไม้เข้ามา ก็มีแต่พวกเรา ไปคอยระวังคอยตรวจคอยค้น มีความผิดเราโดนก่อน ความเสี่ยงตกอยู่กับพวกเราหมด พรุ่งนี้ออกเวร ป๋าต้องไปเฝ้าผู้ป่วยโรงบาลนอกอีก ลำบากชิกหาย
เรา - ป๋าใจเย็นๆ เรือนจำเราผู้คุมเด็กๆ ไม่ค่อยมีเรารุ่นใหญ่ก็รับภาระไปก็แล้วกัน
ป๋า -  (จ้องหน้าเรา)ทำไมมันจะไม่มีผู้คุมเด็กๆ มันมีแต่มันเป็น ชำนาญการ กันหมด กูสอนงานมาทั้งนั้น พอติดบ่า เขาก็ตั้งมันเป็นหัวหน้างาน ไอ้.... ตอนนี้มันเป็น หน.ฝ่าย แล้วนะ ป๋าสอนงานมันแต่บรรจุ ทำงานได้แค่ใหน ป๋ารู้ แต่ แม่ง ผบ ชอบมัน เลยได้เป็น แต่ ป๋า ไม่เข้าใจว่ะ พวกนี้ ทำใมเขาไม่จัดเวรผลัดให้มันบ้าง พอติดบ่า ก็จัดมันเข้า ผู้ช่วยพัสดี เวรตรวจค้นพิเศษ เวรสูทกรรม เวรนอนทั้งนั้น มันมีระเบียบเหรอวะ กูไม่เข้าใจ ทำงานจนเหี่ยวแล้วแทนที่จะได้สบายบ้างต้องมานั่งเวรผลัดเป็นเพื่อนกัน เฮ้อออ...ป๋าคงไม่อยู่จนเกษียณ รอโครงการเออรี่ย์ ปีนี้ปีหน้า ถ้าได้ค่าตอบแทนดีๆ คงต้องไปแล้ว เอ็งอยู่ก็สู้ต่อไปนะ ไปละ ป๋าไปรับรถข้าวสารก่อน
ว่าแล้วแกก็เดินออกจากห้องไป.......เราก็เลยนั่งคิดทบทวนคำพูดป๋าแก เราก็เลยนั่งซึม ป๋ายังโชคดี ที่เหลือเวลาโดนกดขี่อีกไม่มาก แต่คนที่เหลืออายุงานเยอะๆ นี่ซิ ต้องทำไงวะ เหลืออายุงานอีก 18 ปี ภาค ก.กพ ก็ไม่มี ถึงมีจะไปสอบเปลี่ยนสาย ก็ต้องมานั่งเป็นรุ่นน้องไอ้พวกมาสายตรงอีกบาน ที่สำคัญไม่รู้จะสอบได้หรือเปล่า วิ่งก็ไม่ไหว ไขข้อกิน ....เฮ้อออ...สองเรื่องนี้สะท้อนอะไร ท่านผู้คุม หรือใครที่ได้อ่าน ก็ลองพิจารณาเอาเองนะครับ ว่ามันสะท้อนอะไรในความเป็นจริงของราชทัณฑ์วันนี้ ความเหลื่อมล้ำเรื่องความก้าวหน้า ความไม่เป็นธรรมในการทำงาน .... ขอบคุณที่ทนอ่านครับ ยินดีน้อมรับทุกคอมเม้นท์..อยากให้ผู้ใหญ่ในกรมฯผ่านมาอ่านบ้างจะได้มีข้อคิดดีๆ ในการพัฒนาบุคลากรในองค์กรราชทัณฑ์เรา....บาย


  

วันจันทร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ทำไมต้องใส่ใจเรื่องบ่า

คนราชทัณฑ์ กับ งานราชทัณฑ์
จากสองกระทู้นี้ครับ กระทู้ 1 และ กระทู้ 2  ขอบคุณสำหรับ comment ขอขยายความนิดนึง ว่า ทำใมเราต้องสนใจเรื่องบ่า คนที่อยู่ในกรม และไม่ได้ แต่งเครื่องแบบทำงานทุกวัน และไม่ได้คลุกคลีกับผู้ต้องขังในเรือนจำ ย่อมไม่รู้สึกรู้สาอะไร แต่คนที่อยู่เรือนจำ เอาประเภทที่อยู่ตามเรือนจำจริงๆ นะครับ ผมว่าทุกท่านคงมองเห็นปัญหาในการทำงานตามเรือนจำแล้วหละ ผมกำลังจะบอกว่า การเอาบ่า มากำหนดระดับในการปฏิบัติกับพวกเรา มันทำให้เกิดการมองที่ไม่สมเหตุสมผล คือมันขัดแย้งกับความเป็นจริง Conflict Reason ปกติเมื่อคนในองค์กร ที่ทำงานมานานแล้วมีความสามารถ ทั้งคุณวุฒิวัยวุฒิ ผู้บริหารสามารถหยิบคนเหล่านี้มาใช้งานได้อย่างเหมาะสม เช่น สมัยเป็น ซี ซี 6 ซี 7 สามารถมานั่งเป็นหัวหน้าฝ่ายได้ เพราะ มันสมเหตุสมผลในการบริหาร ถึงคุณจะไม่ใช่ ซี 7 เป็นแค่ ซี 6 แต่คุณทำงานมานานมีประสบการณ์ และสามารถทำให้ข้าราชการโดยรวมในที่นั้นยอมรับได้ มันก็สามารถปกครองกันได้โดยไม่ตะขิดตะขวงใจ เพราะเรามี ซี 1 2 3 4 5 เป็นผู้ปฏิบัติอยู่แล้วซึ่งเพียงพอ ดังนั้น พอ ซี 7 เกษียณ พวก ซี 6 ก็ไปสอบแข่งกันเป็น ซี 7  พวก ซี 5 ก็มีความพยายามที่จะสอบ ซี 6 เพื่อหวังได้เป็น ผู้บริหารเล็กๆ ระดับฝ่ายได้มั่ง พวก ซี 3 ซี 4 ก็ไปสอบกัน ทำให้คนราชทัณฑ์ มีความตื่นตัวในเรื่องการศึกษาหาความรู้ และมีความเคารพพวกผู้อาวุโสกัน ปกครองกันได้อย่างพี่กับน้อง แต่ทุกวันนี้ คนที่เป็นนักวิชาการ ชำนาญการ แล้วได้บ่า ซี 7 ลึกๆ คุณภูมิใจมั๊ย OK คุณอาจจะภูมิใจ แต่เวลาทำงานกับพวกชำนาญงานรุ่น น้า รุ่น อา รุ่นพ่อ รุ่น ลุง คุณทำงานกับพวกเขาได้มั๊ย เอาง่าย กล้าสั่งเขามั๊ย พวกนี้ อายุงาน 15 - 30 ปี นะครับ แต่ท่านชำนาญการรุ่นใหม่ ทำงานแค่ 7-8 ปี บางคน คุณลุง คุณอา พวกนี้สอนงานกันมาทั้งนั้น เห็นตั้งแต่บรรจุ ยัน เป็นชำนาญการ  รู้นิสัยใจคอหมด รู้กระทั่งว่า การทำงานมีกึ๋นแค่ใหน คราวนี้มาพูดเรื่องการบริหารองค์กร Organizational management  การแต่งตั้งโดยผู้บริหาร คือ ผบ ผอ และบริหารบุคคล เวลาเขาแต่งตั้ง หน.งาน หน.ฝ่าย เขารู้เต็มทั้งรู้นะครับ ว่า เด็กคนนี้ เพิ่งติดชำนาญการ แต่จำเป็นต้องแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้างาน/หรือหัวหน้าฝ่ายไว้ก่อน เพราะ บ่ามันกำหนดสถานภาพคนไว้แล้ว จะเอาชำนาญงานที่ ต่อให้ แม่ง...โคตรเก่งกาจในการทำงานแค่ใหน มาเป็นหัวหน้าฝ่าย...ก็ไม่ได้ เพราะ...ขอย้ำอีกที บ่ามันกำหนดสถานภาพคนไว้เรียบร้อยแล้ว ดังนั้น เรือนจำ ทัณฑสถาน ตอนนี้ แบ่งกันกลายๆ เป็น 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งคือ กลุ่มชำนาญการเก่าและใหม่ จะหารแบ่งกันในหน่วยงานในการทำงาน แม้แต่การเข้าเวรเสร็จ เช่นกลุ่มชำนาญการต้องเข้าเวรนอน เวรค่อนข้างสบายหน่อย เพราะเป็นระดับสัญญาบัตร กลุ่มชำนาญงาน ต้องเข้าเวรผลัด เพราะเป็นระดับที่เต็มที่แค่ Labor คือผู้ปฏิบัติทั้งปีทั้งชาติ  องค์กรโดยรวมไม่เกินปี สองปีนี้ มีปัญหาแน่ ผมย้ำเสมอ 1.การยอมรับนับถือกัน 2.การไม่ให้เกียรติกัน 3.ความเหลื่อมล้ำความก้าวหน้าไม่เป็นธรรม... 3 อย่างนี้มีในองค์กรใหน องค์กรนั้นบรรลัยแน่นอนครับ...แค่นี้ก่อนครับ

วันพุธที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2556

ความหวังที่อาจเป็นไปได้ยาก ลดดาวบนบ่า จริงใจหรือไก่กา

คนราชทัณฑ์ กับ งานราชทัณฑ์
เท่าที่สอบถามกรมฯ และประเมินดู ผลการขอมติ ในการเปลี่ยนเครื่องหมายบนบ่า สิ่งที่พวกเราเห็นจะๆ และในความรู้สึกเขาคือการลดซี พวกหัวหน้าฝ่าย ที่เป็น ซี 6  /6 ว. หรือ ซี 7  ที่ได้เป็นหัวหน้าอยู่ตอนนี้ ตามเรือนจำ ทัณฑสถานฯ เขาคงไม่ยอม อีกอย่าง คณะกรรมการบริหารบุคคลก็คือพวกที่เป็น 6/6 ว เดิม และ 7 เก่า ซะส่วนใหญ่ เขาคงตอบเสียงเดียวกันแน่ว่าไม่เห็นด้วย ผมโทรไปเลียบเคียงถาม นิติกร เจ้าของเรื่อง เขายังแบ่งรับแบ่งสู้ ไม่อยากให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ทั้งๆ ที่เงินเดือนไม่ลด ค่ากลางเท่าเดิม หิวบ่า ไม่ดูอนาคตองค์กรโดยรวม แต่นิติกรเขาก็บอกอยู่นะว่าที่เขาเห็นตรงกันคือมันบริหารงานกันไม่ได้ โดยเฉพาะตาม เรือนจำ ทัณฑสถาน อนาคต ราชทัณฑ์ (องค์กรโดยรวมนะ) มีปัญหาแน่ หากเปลี่ยนได้ตามแนวหนังสือสั่งการมันก็เป็นทิศทางที่ดีในอนาคต สำหรับองค์กร 

ดียังไงให้ย้อนไปอ่านกระทู้เก่าๆ การเอานักวิชาการ ชำนาญการ ซึ่งทำงานมาไม่กี่ปี มานั่งกดขี่(ขอใช้คำนี้ กดทั้งความก้าวหน้า ทั้งค่าตอบแทน รวมถึงการเลื่อนเงินเดือน) สายทั่วไป ลักษณะงานไม่ต่างกันเลยสำหรับ เรือนจำ ทัณฑสถาน คนที่เขาทำงานมานมนานมันหมดกำลังใจ และที่สำคัญ มันเป็นเรื่องการบังคับบัญชา และ เรื่องที่จะตามมาคือทัศนคติ การเคารพกันไม่ต้องพูดถึง เมื่อคนไม่เคารพกัน ผู้ใหญ่ผู้น้อยไม่มี มีแต่มองบ่ากันทำงาน แล้วการสั่งการในเรื่องงานราชการ มันจะเป็นยังไง คิดกันเอาเองครับ อยากเห็นพลังราชทัณฑ์สายทั่วไป ว่าจะกระตุ้นกันเองเพื่อขับเคลื่อนทิศทางความก้าวหน้าสำหรับสายนี้ได้หรือเปล่า ก็คงแค่นี้ครับ จริงใจหรือว่าไก่กา ต้องวัดใจผู้บริหารของกรมราชทัณฑ์กันอีกที สุดท้ายขออาลัย ป๋าเทพ เขาบิน ขอให้สู่สุขติครับ

วันจันทร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2555

และแล้วกรมราชทัณฑ์ก็เลือกสายวิชาการเป็นใหญ่

คนราชทัณฑ์ กับ งานราชทัณฑ์
ตามที่ได้โพสต์เกี่ยวกับความก้าวหน้าของสายงานทั่วไปในระดับอาวุโส ตอนนี้มีข่าวที่ค่อนข้างแน่นอน และน่าเสียดายสำหรับ เจ้าพนักงานราชทัณฑ์ ระดับชำนาญงาน ว่าตำแหน่งอาวุโสในช่วงนี้ไม่สามารถเปิดตำแหน่งได้ พูดง่ายๆ ไม่มีคำแหน่งให้ เชิญ ดักดานต่อไป แต่การประเมินจากสายทั่วไป ไปสายวิชาการ กรมจะเปิดโอเพ่น ให้สำหหรับ เจ้าพนักงาน ระดับ ชำนาญงาน ที่มีปริญญาตรี และมีภาค ก รวมถึงผู้ที่ขึ้นบัญชีสอบได้ในสายงานระดับปริญญาตรี(ขอใช้บัญชี) โอน/ประเมิน เป็นนักทัณฑปฎิบัติการ โดยใช้รูปแบบประเมิน ซึ่งส่วนใหหญ่ก็จะเป็นเจ้าพนักงานชำนาญงานใหม่ที่ทำงานมา ประมาณ 6 - 7 ปี แล้ว สำหรับผู้ที่ทำงานตั้งแต่ซี 1 เดิม อายุงานเกิน 15 ปี ที่กินตำแหน่ง ชำนาญงานอยู่ปัจจุบันนี้ให้ทำใจนะครับ ใครมีแรงไปสอบภาค ก ก็ไปสอบซะ ใครไม่มีแรงสอบ ก็เป็นผู้ปฎิบัติไปเรื่อยๆ นี่แหละครับ การที่ กรมราชทัณฑ์ เต็มไปด้วยนักวิชาการ การต่อสู้เพื่อความก้าวหน้าในสายงานทั่วไป จึงเป็นอะไรที่มืดมัว แต่ก็อย่าเพิ่งหมดแรงนะครับ อาจจะมี ความหวังๆไม่ปีใดก็ปีหนึ่งสำหรับพวกเรา
ท่านที่เป็นชำนาญงาน แก่ๆ ส่วนใหญ่พวก บรรจุ ปี 36-39 ซะส่วนใหญ่ พวกนี้อนาคต อาจจะอยู่ที่ชำนาญงาน จนเกษียณ ต้องทำใจครับ ในเมื่อคนทำเรื่องที่อยู่กรมฯ เขาเป็นนักวิชาการ เคยโพสต์ไปแล้ว นะครับ สิ่งใดที่เขาไม่มีส่วนได้เสีย พวกเขาจะไม่ต่อสู้ให้เด็ดขาด เจ้าพนักงานราชทัณฑ์ ชำนาญงาน ที่ทำงานอยู่ในกรม ไม่รับรู้ถึงความรู้สึกแบบเจ้าขุนมูลนาย ซึ่งยังมีอยู่ที่เรือนจำทั่วประเทศ ว่ามันเจ็บปวดในการปฎิบัติงานแค่ใหน ผู้คุมเรือนจำ ก็ต้องจำทน นานมาที โพสต์นี้ก็มีบ่นบ้าง พบกันกระทู้ต่อไปครับ ว่าจะเอาให้ถี่กว่านี้ แต่เวลามันไม่ค่อยมี สวัสดีปีใหม่ เพื่อนราชทัณฑ์ ทุกคนครับ บายครับ

วันเสาร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

เอากันอีกรอบ สายทั่วไป กับ สายวิชาการ

คนราชทัณฑ์ กับ งานราชทัณฑ์
หลายท่านคงเห็นคำสั่ง ปรับเงินเดือน ตามวุฒิ ซึ่งตอนนี้มีการปรับเงินเดือนตามวุฒิ บา่งท่านดูแล้วก็เฉยๆ ใครที่ติดตามอ่านบทความจากที่นี่ จะเห็น ศักดินาชนชั้น  บางคนก็ตกใจ เด็กทำงานหลังกู 5-6 ปี เข้างานมาหัดงานให้ตอนนี้ เงินเดือนมันแซงแล้ว เซ็งเป็ด  นวก.นทว. ชำนาญการ ทำงานกันกี่ปี เห็นๆ กันอยู่ ว่าทำงานกันเป็นยังไง บางคนไปกัน 20000 กว่า แล้ว  เฉลี่ย ต่ำสุดทำงาน แค่ 7-8 ปี 18000-19000 แล้ว  ผมกว่าจะ 15000 ต้องทำงาน 12 ปี ตอนนี้ เข้าปีที่ 17 เงินเดือน ยังไม่ถึง 19000 เลย ขนาด ได้ดีเด่นบ่อยนะนี่ อย่างว่าละครับ ใครที่ได้อ่านบทความก่อนๆ ท่านจะทำใจได้ ผมเคยบอกแล้ว  ดีเด่น ชำนาญงาน ยังไม่เท่า ดีมาก ชำนาญการ เลยครับ เขารอขึ้น เป็น ผอ.ส่วนกัน  ชำนาญงานก็รอเป็น ป๋า แล้วกัน ..555+ ทำใจครับ ป.ตรี 2 ใบ คงไม่มีประโยชน์ สำหรับกรมราชทัณฑ์ ว่าจะเอา ป.โท มานอนกอดเล่นอีกสักใบ ..ก็ในเมื่อแนวคิดการวางกรอบตำแหน่งอัตรากำลังของกรมราชทัณฑ์มันห่วย..เอาแต่สายวิชาการขึ้น ก็เอาภาพแผนที่แสดงความก้าวหน้าในปัจจุบันมาให้ดู...



ดูไปก็ทำใจซะ  หลับตาค่อยๆ จินตนาการไปตามภาพ ในอนาคต กรมฯ รจ/ทส จะวุ่นวาย  เพราะคนที่เป็นหัวหน้า เป็นเด็กที่เพิ่งทำงาน...สั่งงานกัน ลำบาก ครับ เผลอๆ สั่งกันไม่ได้ด้วย เพราะอายุงาน ประสบการณ์ มันผิดกัน ผู้คุม รู้ทางกันอยู่  แต่สายวิชาการ แรงจูงใจ เขามี  ทางขึ้นของเขาราบเรียบ  บางคนจึงขยันทำงานเป็นพิเศษ คนเก่งขยันทำงาน ดีนะครับ แต่คนโง่ ขยันทำงาน นี่ น่ากลัว  พังแทบทุกเรื่อง ท้าได้เลย ตาม รจ/ทส  พวกที่ทำงานเป็นหลัก ตามฝ่าย ส่วน ต่างๆ เป็นผู้คุมสายทั่วไปทั้งนั้น เพราะทำงานนาน ประสบการณ์เหลือเฟือ ไม่เกี่ยงงาน เพราะทำตั้งแต่ยังเป็น ผู้คุมกุลี บางคนเป็น กูรู ในงานเลยก็ว่าได้ ขณะที่ สายวิชาการ ส่วนใหญ่เราจะเห็นว่่า ทำงานฉาบฉวย เลือกงาน เลือกจุดที่จะทำ คอยแต่จะปั่นหัวนายหวังเป็นหัวหน้าฝ่าย แต่พอเป็นแล้ว ทำงานไม่เป็น เพราะสั่งใครไม่ได้ ความรู้ในงานน้อยกว่าเขา ..เอ่อ ต้องออกตัว ท่านที่เป็นสายวิชาการที่เป็นคนดี คนขยัน หรือมีคุณภาพ ผมไม่ได้ว่านะ ...มันรู้อยู่แก่ใจครับ ... ที่พูดถึง เรื่องจริงล้วนๆ นะครับ เพราะ สายวิชาการเขาถือว่า กระดานบ่าที่เขาเป็นอยู่มันเป็น ระดับฝ่าย ...ก็อยากให้ผู้ใหญ่ในกรมฯ ใครก็ได้ที่เฉียดผ่าน เว็บนี้ ชำเรืองมอง สักนิดนึง เสียเวลาอ่านบ้างก็ได้ครับ แล้ว หาวิธีจัดการ ให้มันสมดุลกันได้มั๊ยครับ...??? ถามไปงั้น แหละ  หากไม่ทำอะไรเลย ภายใน 5-10 ปีข้างหน้า  องค์กรราชทัณฑ์ จะเป็นการปกครองแบบใหน ไม่อยากคิดครับ ..ขอบ่น แค่นี้ครับ ... สำหรับท่านที่รอฟังหลักเกณฑ์ การประเมิน ขึ้น อาวุโส  เขาจะให้ เอา ป.ตรี มาประกอบด้วยนะครับ แว่วๆ มา..เพราะตำแหน่งอาวุโส สามารถ ไต่ ถึง อำนวยการ ระดับต้น ได้ จึงต้องมีหลักประกันเรื่องวุฒิการศึกษาครับ...อีกอย่าง เท่าที่ฟังๆ ดู พวกผู้ใหญ่ในกรม ที่เป็น อกพ.กรมฯ ที่มาจากสายวิชาการ คอยถ่วง เรื่องนี้อยู่ครับ...เพราะ คนในกรมฯ ส่วนใหญ่ 70 % ที่เป็นลูกน้องเขาในกรม ไม่ได้ประโยชน์ .. ปรับเงินสูงยังไม่พอ ยังใจดำกดหัวกันอีก...เฮ้อ...บาย พบกันกระทู้หน้าครับ