แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กรมราชทัณฑ์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กรมราชทัณฑ์ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ปีงบประมาณใหม่ กับอธิบดีกรมราชทัณฑ์คนใหม่

คนราชทัณฑ์ กับ งานราชทัณฑ์
รับศักราชใหม่ ปีงบประมาณ 2560 เราก็ได้อธิบดีราชทัณฑ์คนใหม่ด้วย คือ ท่านกอบเกียรติ กสิวิวัฒน์ จริงๆแล้ว ท่านไม่ได้หายไปใหนนะครับ ท่านไปเป็นรองปลัดกระทรวง แต่ท่านก็ยัง ติดตามความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการบริหารงานราชทัณฑ์อยู่เสมอมา เพราะว่าท่านเคยเปรยว่า กรมราชทัณฑ์เป็นบ้านหลังใหญ่ที่ท่านรัก มีพี่มีน้อง ร่วมทุกข์ร่วมสุข กันมากมาย ในการทำงาน

http://www.correct.go.th/newcorrectweb/index.php/home?lang=th/
โดยส่วนตัว ผมรักเคารพท่านมาก ทั้งในเรื่องสไตล์การทำงาน แนวคิด วิสัยทัศน์ และอีกอย่างท่านเก่งมากๆๆ เรื่องข้อมูลและการบริหารจัดการ ผมเอาเป็นแบบอย่างเลย พอรับงานปั๊ปก็ ปรับคน ออกนโยบายเลย (สั่งทางไลน์ผู้บริหาร) ใครไม่ทันผมก็ทำเป็นลิงค์ให้ไปโหลดอ่านกันข้างใต้บทความนี้ 
           ก็ยังเหมือนเดิมครับสำหรับการต่อสู้เพื่อขอเพิ่มอัตราในตำแหน่ง อาวุโสสำหรับผู้คุมสายกรรมกร อย่างเราๆ กำลังทำเอกสารอยู่ครับ ครั้งนี้ กะจะเข้าหาท่าน อรท เลย ไปนั่งแจงให้ฟังท่าจะดี.เพราะท่านเปิดกว้าง และ คงอยู่นาน พอที่จะได้พิจารณาถึงปัญหาของวิชาชีพพวกเรา
อันนี้เป็นหนึ่งในเอกสารประกอบที่จะเข้ายื่นเรื่องเสนอต่อ อรท ผมกำลังพยามจะสื่อในเรื่องที่ให้ผู้บริหารควรจะเห็นว่า วัฒนธรรมองค์กรค์ของเราเปลี่ยนเพราะ การไม่เสมอภาคและโอกาสของความก้าวหน้าของสายงานทั่วไป โดยไม่เปรียบกับสายงานวิชาการ และจะนำเสนอตัวแบบ สำหรับดำเนินการ ในการขอเพิ่มกรอบตำแหน่งอาวุโส และวิธีอื่นที่จะนำคนที่อยู่ในระบบโดยเฉพาะสายทั่วไปที่มีประสบการณ์การทำงานสูงมาเป็นตัวเลือกสำหรับผู้บริหาร ในการคัดเลือกคนมาใช้งานในระดับหัวหน้างาน/ฝ่าย ครับบทความนี้ก็คงเท่านี้ สำหรับลิงค์เอกสารนโยบาย อรท กอบเกียรติ ตามลิ้งครับ

นโยบาย อรท สั่งการ ครั้งที่ 1
นโยบาย อรท สั่งการ ครั้งที่ 2
นโยบาย อรท สั่งการ ครั้งที่ 3
อันนี้เป็นผังประกอบการสั่งการ คลิ้ก ขวาที่ภาพ และบันทึกลงเครื่องไว้เลยครับ
 

วันอังคารที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2559

ระบบแท่งกับความเหลื่อมล้ำเรื่องเงินเดือน ในมุมมองของผม

คนราชทัณฑ์ กับ งานราชทัณฑ์
      ช่วงนี้ก็เป็นกระแสการเรียกร้องของข้าราชการ ที่สังกัด กพ.โดยเฉพาะในส่วนของสาธารณะสุข เรื่องความเหลื่อมล้ำของเงินเดือน และระบบแท่ง และหลายหน่วยงานได้พยายามรวมตัวข้าราชการที่คิดว่า มันเหลื่อมล้ำ เท่าที่ผมติดตาม กพ.คุมตำแหน่งของข้าราชการพลเรือนทั้งหมด แต่ไม่สามารถคุมการจัดสรรการลงตำแหน่ง และค่างานค่าตอบแทนของแต่กระทรวง กรม กอง ที่อยู่ในการดูแลได้ ...ปล่อยให้ส่วนราชการจัดสรรกันเองโดย ยึดรูปแบบของ กพ.เป็นหลัก...แล้วเป็นยังไงทุกวันนี้ ความเหลื่อมล้ำ การแบ่งชั้นข้าราชการ ความก้าวหน้าของสายงาน ตามภารกิจ มั่วไปหมด ผมเห็นด้วยกับการเรียกร้อง แต่ไม่เห็นด้วยที่เรียกร้องในลักษณะเปรียบเทียบกับหน่วยงานอื่น..เพราะอะไร เพราะภาระกิจของแต่ละหน่วยมันต่างกัน อย่างสาธารณะสุขเขาเรียกร้อง เพราะเขาเห็นในส่วนของภาระกิจงาน และการวางคนของเขาทั้งเรื่อง ตำแหน่งและความก้าวหน้ามันอาจไม่สมดุล เหลื่อมล้ำ โดยเฉพาะในส่วนของ สาธารณสุขตำบล ซึ่งมันแน่นอนอยู่แล้ว แต่สิ่งที่คนเข้าไปร่วม หน่วยงานอื่นเข้าไปร่วม ควรจะศึกษาก่อนดีมั้ย ว่าการเหลื่อมล้ำของกรมตัวเองคืออะไร การที่ใช้คำว่า ค่าตอบแทนชั้นยศเดียวกัน ไม่เท่ากัน โดยไปเปรียบกับ ทหาร ตำรวจ ครู ไม่น่าจะถูกต้อง .. เพราะกลุ่มนี้ เขาเป็นอิสระ และที่เขาได้มาเพราะ ตัวกลางที่บริหารจัดการตำแหน่งของเขาทำตัวเป็นกลางจริงๆ และต่อสู้เรื่องเงินเดือนค่าตอบแทนจนเป็นที่พอใจทั้งระบบของเขา...แต่พวกเราข้าราชการพลเรือนสามัญ ตัวกลางเรา คือ กพ.นั่นแหละคือตัวถ่วง เรื่องนี้...กพ.ไม่เข้าใจภาระกิจของแต่ละหน่วย ว่าควรจะจัดคนเข้าอย่างไร ถึงจะสมดุลและเหมาะสม ทำให้เกิดการผิดเพี้ยนของระบบ และตรรกะความคิด เอาง่ายๆ กรมราชทัณฑ์เรา บางส่วนคิดเอาเอง โดยเอานักวิชาการไปเปรียบกับทหารสัญญาบัตรที่จบจาก จปร. และเทียบให้ สายทั่วไปเป็นประทวน..นี่คือความคิดที่ผิดเพี้ยน..เราคือ ข้าราชการพลเรือน ภารกิจเรา มีสองส่วน ส่วนที่เป็นนโยบาย คือ กรมราชทัณฑ์ กับส่วนที่ ปฏิบัติ คือ เรือนจำ/ทัณฑสถาน..มาจากนักทัณฑ์ อยู่กรมฯ ก็ไปตามสำนักกอง อยู่เรือนจำก็ไปอยู่ในคุก เข้าเวร สายทั่วไปก็เหมือนกัน..อยู่กรมก็ทำงานตามสำนักกอง มาอยู่เรือนจำก็อยู่ในคุก เข้าเวร เหมือนกัน ภารกิจไม่ได้ต่างกัน แต่ ค่าเงิน มันดันต่างกัน ... นักวิชาการ ได้เงิน และค่ากลาง อีกเรทหนึ่ง สายทั่วไปได้เงิน และค่ากลาง อีกเรท หนึ่ง...มันศักดินาชัดๆ ... ผมถึงไม่เห็นด้วยที่แต่ละหน่วยที่ไปเข้าร่วมเครือข่าย แล้วไปเรียกร้องในประเด็นนี้ ...เรียกร้องโดยใช้คำว่าชั้นยศเดียวกัน ระดับเดียวกัน ค่าตอบแทนต้องเหมือนกัน..มันไม่ใช่...การเทียบชั้นยศ ผมมองว่า มันเป็นการให้เกียรติกันระหว่างส่วนราชการ ในเรื่องสังคม และพิธีการ เช่น อำนวยการระดับสูง เทียบ ทหาร ตำรวจ ระดับ พันเอก ถึง พลตรี ... ก็เพื่อเวลาเข้าสังคม ประชุม เจอกัน จะได้ให้เกียรติกันถูกตามชั้นยศ ... อีกอย่างอยู่คนละหน่วย คนละภารกิจ ค่าตอบแทนมันจะเท่ากันได้อย่างไร ก็ในเมื่อภารกิจของ ทหาร ตำรวจ พยาบาล ผู้คุม มันคนละอย่าง..ความหนักเบาลำบากมันต่างกัน...ฉะนั้น ผมเห็นว่า การที่เราจะไปเข้าร่วมอะไร มันต้องมองตัวเองในกระจกให้ถ่องแท้ก่อน..ท่านมองว่า กรมราชทัณฑ์ เหลื่อมล้ำ เรื่องเงินเดือน ความก้าวหน้า มันเหลื่อมล้ำยังไง ท่านต้องศึกษาเรื่องของบ้านตัวเองก่อน...ที่ผมต่อสู้มาเพราะผมเห็นตรงนี้ ความเหลื่อมล้ำมันเกิดตั้งแต่ กพ.แบ่งตำแหน่งเข้าแท่งแล้ว ค่าเงินมันผิดกันตั้งแต่เข้างาน (ให้ดูตารางเปรียบเทียบกระทู้ก่อนหน้านี้) ...บริบทแรกเริ่มตอนจัดคนเข้าแท่งใหม่ๆ  กพ.มองจากตัวเอง ตอนเข้าแท่ง แล้วสั่งให้หน่วยอื่นปรับเข้าสายงาน ใน กพ.ก็มีแต่นักวิชาการ ก็เลยเอา คนจบ ป.ตรี สายวิชาการ มาเป็นตัวตั้ง โดยไม่สนใจกรอบดั้งเดิมของแต่ละหน่วยงาน แล้วออกหนังสือเวียน .. ยกตัวอย่างกรมราชทัณฑ์นี่แหละ เช่น แต่เดิมกรมราชทัณฑ์มีนักทัณฑ์กี่อัตรา คนที่มาจากซี 1 - ซี 6 กี่อัตรา ซี 7 กี่อัตรา เป็น ซี 7 จากนักทัณฑ์ กี่ อัตรา เป็น ซี 7 จากสายทั่วไป กี่อัตรา เอามาตั้งไว้ พอเอาคนมาลงตามแท่งก็ว่ากันตามพื้นฐานที่มา เช่น มานักวิชาการ ก็ไปเป็น ปฏิบัติการ ชำนาญการ ชำนาญการพิเศษ...ถ้ามาจาก ซี 1 ซี 2 ที่เป็นซี 5 ซี 6 ก็เอาเข้า ชำนาญงาน ที่เป็น ซี 7 ซี 8 ก็เอาเข้าอาวุโส...แต่นี่ กพ.สั่ง ตูม ให้แต่ละหน่วยจัดคนเอง แต่ละหน่วยที่จัดคนอยู่ส่วนกลางทั้งนั้น เป็นนักวิชาการทั้งนั้น เขาก็เอา ป.ตรี มาเป็นตัวอัดคนเข้าแท่ง...ก็วุ่นสิครับ.. ซี 6 ซี 7 ที่มาจาก ซี 1 ที่ไม่ใช่ตำแหน่ง วิชาการแต่มี ป.ตรี ... ดันเข้า ชำนาญการทั้งหมด ก็สูญพันธ์สิครับ สายทั่วไป เพราะคนที่เป็น ซี 6 ซี 7 ที่มาจากซี 1 เขามีปริญญากันทั้งนั้น กลายเป็นว่า สายวิชาการมีอัตราเพิ่มโดยปริยาย..มันสวนกับภารกิจครับ... มันก็คือการเอาปริญญามาเป็นหลักในการให้ค่าตอบแทน โดยไม่มองภารกิจที่เป็นอยู่...เพราะคนที่เป็นกำลังหลักตามภารกิจของเรือนจำ...คือคนที่อยู่เรือนจำ สายทั่วไป ไม่ใช่สายวิชาการ ... ทุกวันนี้ เกิดการแบ่งกลุ่ม กันตามเรือนจำ กลุ่มนักวิชาการ ที่โตไวเกินไป กับ ชำนาญงานใหม่ และกลางเก่ากลางใหม่ จนถึงรุ่นเก๋า...ไม่คุยกัน ลึกๆ ไม่ยอมรับกันด้วย...การถ่ายทอดประสบการณ์ ไม่มี ... ความเป็นพี่น้อง.. การนับถือเริ่มจางหายไป.. นี่คุยกันด้วยเหตุผล ... ไอ้ที่อ้างสัญญาบัตร นั่นนี่ มันเพ้อเจ้อ ... ความคิดเรื่องแบ่งชั้น สัญญาบัตร ประทวน ... วัฒนธรรมแบบนี้ ยิ่งนาน ยิ่งกร่อนทำลายองค์กร โดยรวม .. นี่คือประเด็นในมุมมองของผมเรื่องการเหลื่อมล้ำ ... แล้วคุณหล่ะคิดยังไง

วันศุกร์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2559

สวัสดีปีใหม่ผู้คุมไทย 2559

คนราชทัณฑ์ กับ งานราชทัณฑ์
        ต้นปี 2559 ก็ไม่มีอะไรนอกจากสวัสดีปีใหม่ พี่น้องเพื่อน พี่ทุกท่าน ก็ร้างไปนาน ตอนแรกก็คิดว่าจะทิ้งเว็บบล้อกนี้  แต่ก็เสียดาย เพราะบางอย่างทีี่เขียนในกระทู้มันคือร่องรอยแนวคิด ของเราที่มาเล่าสู่กันอ่าน พยายามเปิดโลกทัศน์อีกด้านในมุมมอง ผู้คุมสายกรรมกร ให้เพื่อนๆ ได้รับรู้ ตอนนี้มีนโยบายใหม่ๆ ออกมา ตั้งแต่เริ่มจัดการปฏิรูป เรือนจำ และกรมรราชทัณฑ์ ในมุมมองของกระผม ถือว่ายุคนี้คือยุคทองของกรมราชทัณฑ์โดยแท้ เราไม่เคยเห็นใครมาไส่ใจกับเรือนจำ มาดูว่า เรือนจำ คนคุก ผู้คุมเขาอยู่กันยังไง คุ้มกับภาษีที่เขาจ่ายเป็นเงินเดือนค่าตอบแทนให้เรามั้ย 
วันนี้ โดยนโยบาย ของ อธิยบดีกรมราชทัณฑ์ ท่านวิทยา  สุริยะวงศ์ โดยการผลักดัน ของพณ ท่าน ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ทำให้เราเห็นเรือนจำในส่วนที่เป็นภาระกิจ และความเป็นอยู่ ของผู้คุม และ คนคุก ได้อย่างสร้างสรรค์  การจัดระเบียบ ทำให้ผู้คุมปฏิบัติงานง่ายขึ้น การกำจัดสัมภารก คือการลดระบบอิทธิพลของผู้ต้องขังด้วยกัน ทำให้ผู้ต้องขังที่อยู่ข้างในไม่มีปัญหาเรื่องการแก่งแย่ง ทำร้ายกัน หรือรวมกลุ่มสร้างปัญหาให้เรือนจำ นโยบาย 5 ก้าวย่าง ได้ดำเนินการเป็นรูปธรรม ที่เห็นผลอย่างดี มันทำให้เกิดอะไรขึ้น มุมมองผมนะ ทำงานเรือนจำมา 20 ปี เพิ่งเห็นการวาวงระบบ งานเรือนจำ ที่ชัดเจน มีรูปแบบที่สามารถปฏิบัติและเห็นได้จริง
 โดยเฉพาะ Road Map 10 ด้าน คือ มันชัดเจน ... เรามีแนวทาง แต่ก่อนเรือรนจำควบคุมนักโทษไม่ให้หนี ภาระกิจ แก้ไข ฟื้นฟู ให้การศึกษาก็ทำไปงั้นๆ ตามที่กำหนด แต่ไม่มีจุดสิ้นสุดว่า ทำแล้ว คนคุก ได้อะไรกลับไปสู่สังคม ผู้คุมเราอาจเหนื่อยหน่อยที่ต้องปรับตัวให้เข้ากับรูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนไป ... แต่ระบบเส้นทางความก้าวหน้ายังไม่สมดุล และเรื่องการปราบปรามยาเสพติด..ยังมีบางเรือนจำที่ตกยุค...อีกอย่างที่ขอชื่นชม ผมได้มีโอกาสได้ไปรับนโยบายในฐานะเรือนจำความมั่นคงสูงสุดแบบพิเศษ(ไปกับนาย)..สิ่งที่เห็นในการแลกเปลี่ยน ฟังความเห็นเรามีความเป็นมืออาชีพมาก ทีมงานรองนิมิตฯ มีการทำการบ้านมาอย่างดี ... ไม่เห็นมานานแล้วครับ..ไม่ใช่ท่านรองนิมิตฯ คนเดียวนะครับ สิ่งที่เราเติมเต็มกรมราชทัณฑ์ เรื่องการขับเคลื่อนนโยบายด้านต่างๆ ล้วนเป็นสิ่งที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ไม่ว่า จะเป็นสัคคสาสมาธิของรอง ปฏิคมฯ เรื่องติดตามโครงการในพระราชดำริ ของรองวสันต์ฯ เรื่อง การจัดหลักสูตรเรือนจำโครงสร้างเบา ของรองเรืองศักดิ์ฯ วันนี้ เราเรียกว่าเราเป็นมืออาชีพได้เต็มปาก ...โดยเฉพาะดีใจที่เห็นทีมงานคนหนุ่มสาวของกรมราชทัณฑ์ที่มีความแอ้คทีฟ แลพพร้อม เพื่อขับเคลื่อนร่วมกัน...ถึงยังงั้น รอยต่อของคนรุ่นเก่ารุ่นใหม่ มันยังมีเส้นบางๆ เรื่องความก้าวหน้าของสายงานขั้นอยู่ ... อยากให้ท่ารองเรืองศักดิ์ฯ ฐานะที่คุม กจ.ช่วยเห็นความสำคัญของผู้คุมสายทั่วไปบ้าง ...  ความก้าวหน้า ที่พอจะเป็นหน้าเป็นตาของผู้คุมบ้านนอก และเป็นศักดิ์ศรีแก่วงศ์ตระกูลเหมือน ท่านๆ ทั้งหลาย ในตำแหน่ง บริหารบ้าง...ผมเชื่อว่าท่านกำลังหาทางให้อยู่...มาถึงก็ชะเลีย ซะยกใหญ่ เรื่องจริง เรื่องสร้างสรรค์ ก็ต้องว่ากันตามตรงครับ...ในปีนี้ตั้งเป้าแล้ว... ในเมื่อเราต้องเดินไปกับระบบใหม่เราก็ต้อง ปรับตัว...เอาเป็นว่าในปีนี้ ... ผมก็จะพยายามอัพเดทเนื้อหาถี่ๆ หน่อย..เอาเรื่องงานเรื่องนโยบายนี่แหละมาเผาให้กันอ่าน..
ท้ายนี้ก็ขอให้ทุกท่าน มีความสุข ไม่เจ็บ ไม่ป่วย ไม่จน มีมงคลที่ดีกับชีวิตทุกท่าน...ตลอดปี 2559 และตลอดไปครับ..บาย

วันพุธที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

อาวุโสราชทัณฑ์ กับวาระซ่อนเร้น และความอำมหิตของนักวิชาการ

คนราชทัณฑ์ กับ งานราชทัณฑ์
จั่วหัวมาอย่างนี้ต้องเกี่ยวกับตำแหน่ง อาวุโส แน่ๆ คนที่ติดตามต้องคิดแบบนี้ ขอบอกว่าเกี่ยวข้องแบบ โดนๆ แบบ เจ็บปวด  ถ้าใครติดตามอ่านแล้วจะเข้าใจถึงการสื่อความหมายของกระผม อันดับแรกต้องดีใจกับผู้ที่ได้เลื่อนเป็นอาวุโส ทุกท่าน ซึ่งตามคำสั่งนี้ก็ต้องย้ายไป ปฏิบัติหน้าที่ตามตำแหน่งตามสังกัดของตำแหน่ง เห็นในบัญชีแต่ละท่าน เหลืออายุงานรวมกันเบ็ดเสร็จ ไม่เกิน 6 ปี ตรงนี้แหละที่ผมเรียกว่าวาระซ่อนเร้น ได้เคยปูพื้นไปแล้วเกี่ยวกับเรื่องของสายงานทั่วไป ที่ถูกเพื่อนร่วมอาชีพที่เรียกตัวเองว่านักวิชาการเอารัดเอาเปรียบ ทั้งในเรื่องความก้าวหน้า ในเรื่องของค่ากลางการเลื่อนเงินเดือน และการบังคับบัญชา มันเป็นความเจ็บปวดที่พูดไม่ได้ ว่าไม่ดัง ต้องบ่นกันเอง ในกลุ่มวิชาชีพสายงานเดียวกัน รายละเอียด ไปไล่ดูกระทู้ก่อนๆ ค่อยๆ ทำความเข้าใจ บอกก่อนนะครับที่ผมตั้งบล้อกขึ้นมาและกล้าที่จะวิจารย์อะไรก็ตาม บทความทั้งหมด ไม่ใช่มโน หรือจินตนาการนะครับ เป็นการศึกษากฏหมาย กฏ ระเบียบ หนังสือเวียน ที่เกี่ยวข้องมาอย่างดี สามารถอ้างอิงได้ เอาหละครับ มาเข้าเรื่องกัน ทำไมถึงบอกว่าอาวุโสราชทัณฑ์มีวาระซ่อนเร้น จากการที่ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด ในเรื่องความก้าวหน้าของสายงานทั่วไป ว่าเราจะไปกันได้ถึงใหน ก็มีกระแสหนึ่งขึ้นมา คือมันมีความพยายามของ สายวิชาการในกรม ที่พยายามสร้างกระแสแนวคิดในการที่จะยกเอาตำแหน่งอาวุโสไปเปรียบกับตำรวจ เรื่องการได้ยศร้อยตรีที่อายุ 53 ปี เพราะคำว่าอาวุโส คือต้องใกล้เกษียณ ของกรมเราน่าจะได้อาวุโส ตอน อายุ 55-57 ปี เขาพยายามเล่นกระแสนี้ และที่่เลื่อนกันไปที่ผ่านมาก็อายุประมาณนี้แหละครับ... ขอโทษ ให้ตำแหน่งอาวุโส ตอน อายุ ที่ว่า ..เอามาทำเกลืออะไรครับ.. แค่คุณเอาแนวคิดของ หน่วยงานที่ไม่ใช่ ข้าราชการพลเรือนมาคิดมันก็ผิดแต่ต้นแล้วครับ นักวิชาการบางคนเคยบอกว่า พวกที่ต่อสู้แบบผม และคนอื่นๆ ในสายงานทั่วไป เป็นพวกบ้า ยศ บ้าดาว บ้าอำนาจ ยึดติด ผมบอกเลย พวกคุณนั่นแหละที่เป็นดังว่า...ข้าราชการพลเรือนเรา เขามีแนวคิดที่ว่า เอาคนที่มีความรู้ความสามารถมาทำงาน วางคนให้ตรงกับงาน โดยไม่ยึดติดกับตำแหน่งไม่ใช่เหรอครับ..แต่พวกคุณกอดไม่ปล่อย ที่เป็นอย่างนี้เพราะพวกคุณได้ประโยชน์เต็มๆ ทั้งเรื่องความก้าวหน้า ฐานค่ากลาง การคำนวณเงินเดือน และการบังคับบัญชา...เดี๋ยวเอารูปมาให้ดูรูปเก่าๆ สมัยเข้าแท่งของ ก.พ.และทุกวันนี้ยังใช้เกณฑ์นี้อยู่ แล้วจะอธิบายต่อ...(ถ้าจะให้ดี save รูป แล้วปริ้นมาถือไว้ในมือประกอบการอ่านจะชัดแจ้ง แจ่มใส)
  ท่านเห็นอะไร ครับ... ท่านเห็นกำหนดปีของการเลื่อนไหลแต่ละสายงานหรือเปล่าครับ...สายทั่วไป จาก ปฎิบัติงาน ไปชำนาญงาน ใช้เวลา  4-5-6 ปี ในการครองและเลื่อนตามวุฒิ เพื่อขึ้นไป ชำณาญงาน และจากชำนาญงาน ต้องครองไม่น้อยกว่า  6 ปี ถึงมีสิทธิ ที่จะได้อาวุโส จากอาวุโส ขึ้นทักษะพิเศษ(ซึ่งกรมเราไม่มี) แต่ใช้ตำแหน่ง อ.ต้น ในสายอำนวยการในการเทียบ ดังที่เราเห็นมาแล้วว่า ตำแหน่ง อาวุโส สามารถ ขึ้นผู้บัญชาการเรือนจำ ที่เป็น อ.ต้นได้ เอ้า..เรามาดู สายวิชาการกัน เริ่ม จากปฎิบัติการ จะขึ้น ชำนาญการ ใช้เวลา 2-4-6 ปี ตามวุฒิการศึกษา แต่สายนี้ทุกคน ปีที่ 4-5-7 จะเป็นชำนาญการกันหมด และเมื่อครองชำนาญการ ครบ 4 ปี มีสิทธิที่จะได้ ชำนาญการพิเศษ ซึ่ง ก็เทียบ อ.ต้น ในสายงานอำนวยการเช่นกัน ...เห็นอะไรหรือยังครับ...โดยเฉพาะท่านที่ได้อาวุโส บางคนเหลืออายุงาน 5-6 ปี แอบนั่งดีใจ อาจได้เป็น ผบ/ผอ ก่อนเกษียณ ... ขอโทษครับ หากท่านดูในตาราง ท่านจะเห็นว่า การทีอาวุโสจะเลื่อนขึ้นอีกระดับได้ ต้องครองตำแหน่ง อย่างน้อย 6 ปี นะครับ เพราะฉะนั้นใครฝันอยากเป็น ผบ/ผอ หมดสิทธิ....เขาสร้างค่านิยมให้ครองแค่เกษียณครับ...เห็นยังครับนี่หละวาระซ่อนเร้น..ทำไมเขาไม่เอาอาวุโสจากชำณาญงานที่เป็นคนที่มีความรู้ความสามารถขึ้นมา... เพราะเขากลัวว่าพวกอาวุโสที่อายุงานเหลือเยอะๆจะมาแย่งตำแหน่งทางการบริหารในตำแหน่ง อ.ต้น (ผบ/ผอ) ...ซึ่งปัจจุบันขณะนี้..มันเป็นทางสะดวกของเขาที่เขาตั้งไว้ตั้งแต่เข้าแท่ง.... ทางลัดจะหาย... ทำไมถึงบอกทางลัดจะหาย เพราะว่า หากเขาปล่อยเรามีตำแหน่งอาวุโสมากๆ..สัดส่วนในการพิจารณามันก็มากตาม...สายวิชาการจะขึ้น ผบ/ผอ ระดับ อ.ต้น ได้ ต้อง ผ่าน ชำนาญการพิเศษ ก่อนนะครับ ... คือเขาต้องไปแข่งขันกันในตำแหน่งชำนาญการพิเศษก่อน...ในขณะที่สายเรา ถ้าได้อาวุโส ครองไม่น้อยกว่า 6 ปี ก็สามารถแต่งตั้งได้เลย ถ้าคุณสมบัติครบ ก็เห็นตัวอย่างแล้วนี่ครับจากคำสั่งแต่งตั้ง ผบ.งวดที่แล้ว... ดังนั้น หากมีอาวุโสเยอะๆ และคนที่ครองมีอายุงานเหลือเยอะ โอกาสที่เขาจะได้ตำแหน่งทางบริหารระดับ อ.ต้น...จะลดลงตามสัดส่วน...เขารับไม่ได้ครับ ที่จะเปิดให้มีอาวุโส ตามเรือนจำ/ทัณฑสถาน....เพราะน้องๆ ที่กรมฯ ที่อยากดันมันขึ้นมาโตมันจะยาก..แต่คนเรือนจำสามารถ เป็น ผอ/ผบ.ได้ ซึ่งถ้าเขาเปิดตำแหน่งอาวุโสให้ มันก็แฟร์ดี..แต่นี่เขาไม่แฟร์ เขาจะเอาแต่สายเขาขึ้น...และกดอีกสายลงแบบโงหัวไม่ขึ้น แย่ทั้งคุณภาพชีวิต และกดดันทั้งการทำงาน...สายหนึ่งเป็นสายงานภารกิจหลักเกี่ยวกับผู้ต้องขังโดยตรงต้องเฝ้าคุก ใกล้ชิดผู้ต้องขัง เข้าเวรผลัด เฝ้าป่วย เป็นคณะกรรมการ หัวหน้างานย่อย จิปาถะ..แต่ก็เป็นได้แค่นี้ยันเกษียณ...แต่อีกสายหนึ่งซึ่งกำหนดตำแหน่งว่าต้องทำงานวิชาการ วิเคราะห์แผนงานนโยบาย ให้คำปรึกษา ไม่เกี่ยวกับผู้ต้องขัง เข้ามาหัดงาน จากสายงานแรก ทำตัวว่านอนสอนง่ายแบบเสมอตัว ไม่ยอมคลุกคลีกับผู้ต้องขัง บางคนไม่เข้าเวรด้วยซ้ำ เวลาเรือนจำมีการจู่โจม ก็จะเลี่ยง พยายามเอาตัวเองไปแฝงงานหนังสือ รอขึ้นชำนาญการ แล้ว มาปกครองสายงานแรก...เอานักเรียนมาเป็นหัวหน้าของครูคนสอน เพราะบ่ามันบังคับ...อำมหิตมั้ยครับ...ขอบคุณคนที่อ่านจนจบนะครับ ผมไม่ได้ว่าสายงานวิชาการไม่ดี หรือไม่มีคุณภาพ ...แต่ผมกำลังพยายามเรียกร้องความ เท่าเทียมกัน ความสมดุลในการทำงาน คุณภาพชีวิต และความก้าวหน้าของผู้คุมเรา ในสายงานทั่วไป... ซึ่งต้องมีการเปรียบเทียบและต้องบอกดังๆ ให้คนในกรม ที่เขาผลักดันเรื่องนี้ได้รับรู้...พบกันกระทู้หน้านะครับ...

วันศุกร์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2558

นานาสาระ พรบ.ราชทัณฑ์ 2588 รู้ไว้ใช่ว่า 2 (มติ.ครม)

คนราชทัณฑ์ กับ งานราชทัณฑ์
...เผื่อคนที่ไม่ได้ติดตามครับ...

สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติ
1. กำหนดให้มีคณะกรรมการนโยบายการราชทัณฑ์ ประกอบด้วย นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมาย ในฐานะประธานกรรมการพัฒนาการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ เป็นประธานกรรมการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นรองประธานกรรมการ และให้อธิบดีกรมราชทัณฑ์เป็นกรรมการและเลขานุการ โดยมีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดนโยบายด้านการราชทัณฑ์ และกำหนดทิศทางกระบวนการพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง เพื่อให้การดำเนินงานของกรมราชทัณฑ์มีทิศทางและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

2. กำหนดให้มีคณะอนุกรรมการที่สำคัญและขึ้นตรงต่อคณะกรรมการฯ 2 คณะ ได้แก่ คณะอนุกรรมการตรวจเรือนจำ มีอำนาจหน้าที่ให้ความเห็นและเสนอแนะในการดำเนินกิจการเรือนจำตามหลักการทาง ด้านอาชญวิทยาและทัณฑวิทยาแก่กรมราชทัณฑ์ รวมทั้งทำการตรวจกิจการเรือนจำและให้คำแนะนำแก่เจ้าพนักงานในการปฏิบัติ หน้าที่ และคณะอนุกรรมการรับเรื่องราวร้องทุกข์ มีอำนาจหน้าที่ในการรับเรื่องราวร้องทุกข์หรือเรื่องราวใด ๆ จากผู้ต้องขัง

3. กำหนดให้หน่วยงานกลางที่มีหน้าที่รับผิดชอบงานด้านการบริหารงานบุคคลภาครัฐ ต้องจัดสรรอัตรากำลังเจ้าหน้าที่แก่กรมราชทัณฑ์ให้มีจำนวนเพียงพอกับการ ปฏิบัติงานของกรมราชทัณฑ์ โดยให้เป็นไปตามที่ตกลงไว้กับกรมราชทัณฑ์

4. กำหนดตำแหน่งเจ้าพนักงานที่เกี่ยวกับการราชทัณฑ์ ได้แก่ อธิบดี รองอธิบดี ผู้ช่วยอธิบดี ผู้บัญชาการเรือนจำ พัศดี และผู้คุม เพื่อให้สอดคล้องและตรงตามลักษณะการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในกรม ราชทัณฑ์

5. กำหนดให้เจ้าพนักงานมีอำนาจหน้าที่พิเศษในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือในสถานการณ์ ที่ไม่ปกติ เพื่อติดตามผู้ต้องขังที่หลบหนี โดยจำกัดระยะเวลาการใช้อำนาจของเจ้าพนักงานไว้เพียง 48 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุผู้ต้องขังหลบหนี และมีอำนาจในการป้องปรามมิให้มีการนำสิ่งของต้องห้ามประเภทต่าง ๆ เข้าสู่เรือนจำ โดยจำกัดอาณาบริเวณและกำหนดพฤติการณ์ที่จะทำให้เจ้าพนักงานมีอำนาจเช่นนั้น

6. กำหนดให้ทุกเรือนจำใช้คำขึ้นต้นว่า เรือนจำอันเป็นการยกเลิกทัณฑสถาน และทัณฑนิคม ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถกำหนดประเภทของเรือนจำชัดเจนยิ่งขึ้น กำหนดให้มีเกณฑ์มาตรฐานของเรือนจำในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเกณฑ์มาตรฐานด้านระบบบริหารจัดการ ระบบการพัฒนาพฤตินิสัย กำหนดให้กรมราชทัณฑ์สามารถกำหนดอาณาเขตในสถานที่อื่นเพื่อเป็นสถานที่คุมขัง กำหนดให้ใช้มาตรการลงโทษอื่นแทนการจำคุก และการให้เอกชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมดำเนินภารกิจของรัฐได้

7. กำหนดให้จัดให้มีการพัฒนาพฤตินิสัยของผู้ต้องขังอย่างเป็นระบบ ปรับปรุงระบบการรับตัวผู้ต้องขังให้มีความทันสมัยและชัดเจนยิ่งขึ้น พัฒนาระบบการจำแนกและแยกคุมขัง เพื่อให้การคัดกรองผู้ต้องขังดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ อันจะส่งผลต่อการคัดแยก การพัฒนาพฤตินิสัย ตลอดจนการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย

8. กำหนดบทบัญญัติเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิผู้ต้องขังให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น พัฒนาบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับประโยชน์ผู้ต้องขังที่มีความประพฤติดีให้ สามารถนำมาบังคับใช้ได้อย่างแท้จริง รวมทั้งกำหนดการอื่น ๆ ที่เกี่ยวแก่ผู้ต้องขังให้เป็นรูปธรรมและเป็นไปตามมาตรฐานสากลมากขึ้น เช่น อนามัยผู้ต้องขัง การติดต่อผู้ต้องขัง เป็นต้น ตลอดไปจนถึงบทบัญญัติเกี่ยวกับวินัยและบทลงโทษผู้ต้องขังที่กระทำผิดวินัย

9. กำหนดให้มีกระบวนการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย โดยให้กระบวนการนี้เริ่มต้นตั้งแต่มีการรับตัวผู้ต้องขัง เพื่อให้สอดคล้องกับโปรแกรมการพัฒนาพฤตินิสัย ตามที่กรมราชทัณฑ์หรือเรือนจำได้จัดเตรียมให้หลังจากผ่านระบบการจำแนกมาแล้ว และกำหนดให้เรือนจำต้องดำเนินการจัดเตรียมความพร้อมด้านต่าง ๆ ให้กับผู้ต้องขัง เพื่อให้สามารถกลับไปใช้ชีวิตในสังคมได้

--ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา (นายกรัฐมนตรี) วันที่ 7 เมษายน 2558-- 

นานาสาระ พรบ.ราชทัณฑ์ 2588 รู้ไว้ใช่ว่า 1 (แนวคิด)

คนราชทัณฑ์ กับ งานราชทัณฑ์
วันนี้ (24 ก.พ.)ที่กระทรวงยุติธรรม นายวิทยา สุริยะวงค์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงการแก้ไขพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2479 กระทรวงยุติธรรม ว่ากรมราชทัณฑ์ร่วมกับสถาบันวิจัยและพัฒนากระบวนการยุติธรรม สำนักงานกิจการยุติธรรม และผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม ได้เสนอยกร่างพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ..... ซึ่งถือเป็นการยกเครื่องกลไกบริหารจัดการงานราชทัณฑ์ของไทยใน 2 มิติ คือ 1. การปรับปรุงโครงสร้างและระบบการทำงานราชทัณฑ์ และ 2. การปรับปรุงโครงสร้างระบบพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงระบบการบริหารจัดการ การแก้ไขปัญหายาเสพติดและสิ่งของต้องห้าม การพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง การคุ้มครองสิทธิผู้ต้องขัง และการให้ชุมชนมีส่วนร่วม หรือการนำมาตรการอื่นมาใช้แทนการจำคุก ซึ่ง พ.ร.บ. ราชทัณฑ์ฉบับใหม่ จะเป็นส่วนเติมเต็ม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์เดิมที่ให้มีความครอบคลุมมากยิ่งขึ้นในทุกๆด้านเกี่ยวกับการ จัดการระบบการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิดให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เป็นการตอบโจทย์การปฏิรูปประเทศของรัฐบาลสู่การขับเคลื่อนศักยภาพการแข่งขัน ของประเทศในทุกมิติ และยกระดับงานยุติธรรมไทยสู่มาตรฐานสากล
      
       ทั้งนี้ พระราชบัญญัติราชทัณฑ์เดิมมีทั้งหมด 58 มาตรา ส่วนร่างพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ..... ใหม่ที่เสนอนั้นมีทั้งหมด 115 มาตรา โดยมีรายละเอียดประเด็นที่เพิ่มเติมในร่างพระราชบัญญัติฉบับใหม่ ประกอบด้วย การบริหารงานและการพัฒนาองค์กร เช่น กำหนดให้มีการจัดสรรอัตรากำลังให้เพียงพอต่อการปฏิบัติงานของราชทัณฑ์ มีคณะกรรมการนโยบายการราชทัณฑ์การบริหารและการพัฒนาบุคลากร เช่น การให้ เจ้าพนักงานการราชทัณฑ์เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา อำนาจและหน้าที่ของเจ้าพนักงานโดยให้เจ้าพนักงานมีอำนาจพิเศษตามที่กำหนดใน พระราชบัญญัติ
      
       นอกจากนี้จะมีการแบ่งกลุ่มนักโทษตามประเภทเรือนจำ เพื่อให้มีความเหมาะสมต่อการเปลี่ยนแปลง โดยการจัดให้มีระบบการจำแนกลักษณะผู้ต้องขังและการแยกขังมาตรการบังคับโทษ ประเภทอื่น เช่น เรือนจำการศึกษา เรือนจำกีฬา เรือนจำการฝึกอาชีพ รวมทั้งการให้ชุมชน ครอบครัว หรือผู้นำทางศาสนาเข้ามีส่วนร่วมในการบำบัด ฟื้นฟู สิทธิ หน้าที่ และประโยชน์ของผู้ต้องขัง เช่น สิทธิผู้ต้องขังหญิงในการได้รับการศึกษาหรือการอบรมเช่นเดียวกับผู้ต้องขัง ชาย สิทธิในการนับถือศาสนา การรักษาข้อความในหนังสือร้องทุกข์ หนังสือยื่นเรื่องราว หรือฎีกาไว้เป็นความลับอนามัยของผู้ต้องขัง เช่น การออกไปรักษาตัวยังสถานที่อื่นนอกเรือนจำ

      
       นายวิทยากล่าวต่อว่า สำหรับกระบวนการในการจัดทำ พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ฉบับใหม่ ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ การยุติธรรมไทย ที่มีการ ‘นำเข้า’ ความเชี่ยวชาญจากต่างประเทศ ผนวกกับพลังสมองของบุคลากรระดับหัวกะทิด้านงานยุติธรรมในกระทรวงยุติธรรม จับมือกับผู้ปฏิบัติงาน เพื่อมองให้ลึกซึ้งถึงปัญหา และหาวิธีการแก้ไขร่วมกันอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ในการจัดการปัญหายาเสพติดและสิ่งของต้องห้าม ภายในเรือนจำ การพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขังบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดคุ้มครองสิทธิผู้ต้อง ขัง ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนและมาตรการทางเลือกแทนการจำคุก เพื่อเติมเต็ม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2479 ให้ครอบคลุมทุกด้านของการจัดการระบบการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิด ตลอดจนเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ในการดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะภารกิจงานด้านราชทัณฑ์ ที่มุ่งเน้นการพัฒนาระบบการแก้ไขฟื้นฟู
      
       นอกจากนี้ ยังเป็นการแก้ไขปัญหายาเสพติดในเรือนจำ ผู้ติดยาเสพติดได้รับการบำบัดฟื้นฟู และป้องกัน การกลับไปเสพยา และกระทำผิดซ้ำเพื่อมุ่งสู่ปลายทางสำคัญ คือ สังคมที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น จากการที่ผู้กระทำความผิดอยู่ภายใต้ระบบการควบคุมที่มีประสิทธิภาพ และรัฐบาล สามารถใช้ประโยชน์จากการที่สังคมปลอดภัย ในการพัฒนาศักยภาพของประเทศในด้านต่างๆ ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งจะนำไปสู่การเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ประเทศไทยต่อไป

วันศุกร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2558

รายชื่อสัมภาษณ์ อาวุโส สอบยังกะซี 8 แต่ศักดิ์ศรีต่อท้ายสายวิชาการ ทั้งๆ ที่คนละสายงาน

คนราชทัณฑ์ กับ งานราชทัณฑ์
     มายังไงไม่รู้  แต่ที่เห็นตอนนี้คือมาแน่แล้ว ไม่มีปี่ขลุ่ย  ตอนแรกข่าวว่าจะยกเลิก ประชุมอีท่าใหนก็ไม่รู้ โผล่มาให้ไปสัมภาษณ์เฉยเลย ครับ... อาวุโสมาแล้ว เจ้าหน้าที่ ชำนาญงาน ที่สมัครไว้  เข้าไปดูชื่อตัวเอง วัน เวลา สัมภาษณ์ ให้พร้อม 9 - 20 ก.พ.2558 แปะลิงค์ไว้ให้โหลดครับ...คลิ้กเลย....มากระทู้นี้ก็บ่นซะเลย .... ผู้มีสิทธิ์ทั้งสิ้น 593 คน มี ตำแหน่งให้เสียบ 17 เลขตำแหน่ง ตัด โยธาไป เหลือ 16 ตำแหน่ง อัตราส่วนคิดเป็น 1 : 34 คน ...ข่าวแว่วๆ ลอยลม ... เขาจะเอาคนเงินเดือนเต็ม เงินเดือนตัน อายุงานใกล้เกษียณ เพื่อกันการร้องเรียน ที่เปิดสัมภาษณ์เป็นแค่พิธีการ...ประมาณนั้น (เอามาเป็นที่สักการะบูชา...ตอนผมอยู่กลางเขต 4 มีพี่ที่เป็นอาวุโสคนนึงผู้หญิง แกเหลือ 1-2 ปี นี่แหละเกษียณ เขาให้อยู่ประตูตรวจค้นผู้หญิง เป็นอะไรก็ไม่ได้ เพราะชำนาญการที่นั่น เขานับอาวุโสกันที่ใครติด ดาวช่อผกาก่อน-หลัง ทั้งๆ ที่คนละสายงาน ผมสงสารแกนะ เป็นฝ่ายพวกมันก็ไม่ไห้เป็น ไอ้คนที่กีดกัน ก็เด็ก ชำนาญการอายุงานแค่ไม่กี่ปี ..ทุเรศสุด..) ...อันนี้ข่าวแว่วๆ + มโน...อ่านกันเพลินๆ ..เอารูปมายั่วน้ำลายด้วย...55
 
http://www.correct.go.th/correct2009/readnews.php?&news_id=12080
     รออยู่ครับกับ ชุดทำงานใหม่ที่ อรท.ท่านเห็นว่าน่าจะมีการปรับเปลี่ยน...ตอนนี้ ก็ไปสิงสถิต ที่หน้าเฟส กรมราชทัณฑ์ ...ปรากฏว่า เรื่องความเหลื่อมล้ำที่ผมพูดมานาน ... มีพี่ๆ น้องๆ หลายคน ได้ช่วยกัน ออกความคิดความเห็น เพื่อหวังว่า ผู้หลักผู้ใหญ่ ได้ มีเวลาว่าง...มาอ่านผ่านตาหน่อย...ว่าคนเรามันมีคุณภาพมากกว่าวุฒิปริญญา ตรี โท แต่กรมเราเอาคนพวกนี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ไม่ได้...เดี๋ยวมีอีกกระทู้หนึ่งจะเอาบางส่วนของพี่น้องเราสายทั่วไปมาเผยแพร่ที่นี่...มันสะท้อนใจมาก...แต่ตอนนี้...พวกเราที่มีความหวังกับอาวุโส ก็โหลด รายชื่อ วัน เวลา สถานที่ ไปดูเพื่อเตรียมความพร้อมกันนะครับ...โอกาสยิ่งมีน้อยนิด คว้าไว้ครับ...ได้ไม่ได้อีกเรื่อง...อีกอย่าง..ผมอยากให้มีสัญญากันระหว่างพี่น้องผู้คุมสายทั่วไป ว่าใครได้ อาวุโส และ พอจะมีปากเสียง กับผู้หลักผู้ใหญ่ ก็ขอให้เป็นโทรโข่ง เป็นปากเป็นเสียง แทนพี่น้องลูกหลาน ในการหาทางปรับเปลี่ยนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการทำงาน อย่างน้อยก็เพื่อ น้องๆ หลานๆ ผู้คุมสายทั่วไป ทั้งองค์กรในอนาคตครับ...ฝากไว้ด้วยครับ...ส่วนผมจะเป็นอะไรหรือไม่ก็ทำหน้าที่แอ้ดมิน...เพจนี้ต่อไป...พบกันกระทู้หน้าครับ ... โหลดเอกสาร...

วันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

กระทู้ส่งท้ายปีเก่า กับพี่ๆ น้องๆ ราชทัณฑ์

คนราชทัณฑ์ กับ งานราชทัณฑ์

         ก็มาพบกันวันเบาๆ วันพักผ่อน กับครอบครัว ใกล้ปีใหม่แล้วนะครับ ช่วงนี้ อากาศก็เปลี่ยนแปลงบ่อย ระวังตัวกันด้วย พี่น้องทั้งหลาย ช่วงนี้ เรือนจำ / ทัณฑสถาน แต่ละที่ก็ต้องรัดเข็มขัดเก็บกวาดบ่านตัวเองให้เรียบร้อย ตามนโยบายเร่งด่วนของ รัฐมนตรียุติธรรม ครับก็จู่โจมกันทุกวัน แทคติกเรือนจำใครเรือนจำมัน  มีการเชือดผู้บริหารแล้ว นะครับ ทหารเข้าโคราช เรือนจำกลางเขต โทรศัพท์ ยา เพียบ ผู้บริหารโดนเก็บไปแล้วครับ ทั้ง เบอร์ 1 2 3  ก็ช่วยนายเราแล้วกันครับ หันกลับไปดูบ้านตัวเอง เพราะบางเรือนจำ ยังไล่จับเงาตัวเองอยู่ เหมือนหมางับเนื้อ พอทำไม่ได้ เหมือนคนที่อยู่ก่อน ก็เล่นสาดโคลนไส่ร้าย แล้วบอกตัวเองว่าเป็นมืออาชีพ เลิกเถอะครับ ทำงานเดินหน้า ไม่ใช่ถอยหลัง ท่านเก่งท่านต้องเก่งปัจจุบัน อย่าไปหาเรื่องไส่ร้ายเด็กมันเลยครับ มีหลักฐานก็เล่น กันเลย ขอท้า มีแต่เห่าสร้างกระแสเป็นฮีโร่ในคอกตัวเอง มันไม่แมน อันนี้บ่นให้ฟังลอยลม(ได้ยินว่าที่ทำงานเก่า ไดโนเสาร์โบราณขี้แอ๊คใช้ปากทำงานกันเยอะเลยอดว่าไม่ได้...ใครเป็นอย่างว่าก็รับนะจ๊ะ...ใครไม่เป็นก็อยู่ซื่อๆ..)
         ต้องช่วยกรมประชาสัมพันธ์หน่อยนึง เข้าไปหน้า ข่าว กจ. เว็บกรมฯ ก็จะเห็น ข่าวสำคัญเช่นการสมัครสรรหา อำนวยการระดับสูง ....คลิ๊กหนังสือ...และการแต่งตั้งชำนาญการเด็กๆที่มีคุณภาพ(คนแต่งตั้งเขาเชื่อยังงั้น)...ใครบ้าง ก็...คลิ๊กซะ....ว่ากันไปหลายตอนแล้วกับบริบทความเหลื่อมล้ำ และความแตกต่างของคนอาชีพเดียวกันแต่ถูกแบ่งชั้นด้วยดาวบนบ่า....มีชำนาญการหลายคน พูดกระแนะกระแหนผมหลับหลัง...ไม่ใช่สิเอาเป็นว่าพูดต่อหน้าคนอื่นที่ผมไม่ได้ยิน..คนนั้นเลยมาเหลาให้ฟัง..ฟังเขามาอีกทีนึง...อิอิ  ว่าที่ผมทำอยู่เป็นการปลุกระดมอยากมีดาวกะช่อ เหมือนพวกมัน มีเหน็บอีกว่าทำไมแน่จริงไม่ไปสอบ ก.พ.แล้วสอบนักทัณฑ์แข่งกับเขา..เก่งจริงก็ได้เอง...ผมก็จะตอบตรงนี้ว่า..ให้มึงเก่งไปเถอะครับ ประสบการณ์ที่อยู่กับตัวกูมีคุณค่ากว่า ดาวบนบ่าของมึงมากครับ...กูทำงานจนหงอกหมดแล้ว จะให้กูไปแข่งกับเด็กๆอย่างพวกมึงพอสอบได้แล้วไปต่อคิวตำแหน่งมึง กูขอเกษียณ ชำนาญงานดีกว่า...แหม้อดใช้คำไม่สุภาพซะ..เอาเป็นว่าที่ผมทำอยู่เนี่ย ประโยชน์ที่ได้ก็จะตกทั่วถึงกันทั้งหมดของพี่น้องผูุ้มสายทั่วไป...โดยเฉพาะผู้คุม ..ตจว...ให้มีโอกาสได้เกษียณ ที่มีอัตราเงินค่าครองชีพหลังเกษียณให้คุ้มค่ากับอายุการทำงานหน่อย...พวกคุณจะขึ้นเป็นผู้บริหารก็ต้องพึ่งพวกผม แก่ๆทั้งหลายนี่แหละ แต่ถ้าไอ้แก่อย่างพวกผม ไม่ทำพวกคุณจะทำยังไงได้...เป็นเถอะครับ ผอ/ผบ แค่เห็นไอ้ที่แต่งตั้งล่าสุด เกิดเป็นใหญ่ขึ้นมากูก็เรียกท่านไม่ลงหละวะ...มึงบริหารเรือนจำไปคนเดียวเถอะ...พอแล้วกับขี้ปากพวกนี้

          ที่ผ่านมาก็คอยติดตามข่าวสารเรื่องความก้าวหน้าพร้อมกับการทำงานที่นับได้ว่าเริ่มเครียดขึ้นทุกวัน ก็มีเอกสารชิ้นนึงที่ผม ได้ส่งไปให้ท่านอธิบดีพิจารณา...ก็เข้าใจผู้บริหารไม่ค่อยมีเวลาให้เรื่องนี้เพราะต่างคนก็โดนนโยบายไล่บี้อยู่....เป็นเอกสารที่คิดว่าพวกผู้คุมเราที่ได้เข้ามาอ่านน่าจะได้รับรู้ว่า...ผู้ใหญ่ได้รับรู้เรื่องราวความเหลื่อมล้ำที่เป็นอยู่ ก็ส่งเมลย์แนบไปพร้อมภาพที่ปรากฏหน้ากระทู้นี้แหละ...ใครสนใจก็โหลดไปอ่านเล่นดู...ปล.ผมไม่เคยใช้นามแฝงในการติดต่อโลกโซเชียล..เพื่อนฝูง พี่น้องหลายคนที่ผมทำงานด้วยกันมาก็รู้นิสัยดี...รู้มือ รู้การทำงานของผมดี...คลิ๊กเอกสาร...กระทู้นี้คงสวัสดีปีใหม่ไปด้วยเลย...ขอบคุณท่านที่อ่านครับ.....โหลดรูปภาพ

วันพุธที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ประวัติท่านอธิบดีกรมราชทัณฑ์

คนราชทัณฑ์ กับ งานราชทัณฑ์
ประวัติ ท่านอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ท่านวิทยา สุริยวงศ์ 
คุณวิทยา สุริยวงศ์ เป็นชาวเชียงใหม่โดยกำเนิด จบการศึกษาจากโรงเรียนปรินส์รอแยลและโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย

การศึกษา/ฝึกอบรม

: สังคมสงเคราะห์ศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
: อาชญาวิทยามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย
(Master of Criminology, The University of Melbourne, Australia)
: นักบริหารงานราชทัณฑ์ระดับสูง กรมราชทัณฑ์ : นักบริหารระดับสูง (นบส.) ๔๔ สำนักงาน ก.พ.
: การป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) ๒๕๕๒
: นักบริหารการยุติธรรมทางปกครอง ระดับสูง (บยป.) รุ่นที่ ๒
: สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD)
- หลักสูตร Director Certification Program (DCP ๑๔๘/๒๕๕๔)
- หลักสูตร Role of the Compensation Committee (RCC ๑๓/๒๕๕๔)
: ผู้บริหารกระบวนการยุติธรรม ระดับสูง (บ.ย.ส.) รุ่นที่ ๑๖
: Prison Administration, Singapore,
: Crime Prevention and Treatment of Offenders, Japan
: Management of Vocational Training, Italy
: Human Rights and Humanitarian Laws, LUND University, Sweden
: Management of Penal Institutions, Japan
: Law Enforcement Administration, USA
: International Crime Issues, IVLP, USA
: Senior Executive Program (๖๓) London Business School, University of London, UK 


ขณะดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาข้าราชการราชทัณฑ์ กรมราชทัณฑ์ 

ประสบการณ์การทำงาน

: ดำรงตำแหน่งในระดับผู้อำนวยการที่กรมราชทัณฑ์รวม ๕ ตำแหน่ง ได้แก่
- ผู้อำนวยการส่วนการราชทัณฑ์ต่างประเทศ
- ผู้อำนวยการส่วนมาตรการควบคุมผู้ต้องขัง
- ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาข้าราชการราชทัณฑ์
- ผู้อำนวยการกองแผนงาน
- ผู้อำนวยการกองคลัง
: ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาบุคลากรในกระบวนการยุติธรรม สำนักงานกิจการยุติธรรม
: รองผู้อำนวยการสำนักงานกิจการยุติธรรม
: ผู้อำนวยการสำนักงานเตรียมการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรม และความยุติธรรมทางอาญา ครั้งที่ ๑๑ (The Eleventh United Nations Congress on Crime Prevention and Criminal Justice) พ.ศ. ๒๕๔๖ - ๒๕๔๘
: ผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา ประจำสำนักงานสหประชาชาติว่าด้วยการควบคุมยาเสพติดและอาชญากรรม (Regional Expert in Crime Prevention and Criminal Justice for the UN Office on Drug and Crime)
: ผู้อำนวยการโครงการ ELFI (Enhancing Lives of Female Inmates) ในพระดำริของพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา
: เลขาธิการคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๕๒ - ๒๕๕๕
: ผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ
: ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๕๔ – ๒๕๕๕

ถวายงานพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัขรกิติยาภา

ด้วยความเป็นลูกหม้อของกรมราชทัณฑ์

ตั้งแต่แรกเริ่มราชการกระทั่ง

ดำรงตำแหน่งในระดับผู้อำนวยการ

ของกรมราชทัณฑ์รวม ๕ ตำแหน่ง

นับว่าท่านเป็นบุคคลที่เป็นลูกหม้อ

และเข้าใจงานของกรมราชทัณฑ์อย่างถ่องแท้

เครดิต...http://www.oknation.net/blog/nfedlion/2014/07/04/entry-1

วันอังคารที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2557

อนุศาสนาจารย์ ผู้คุมนอกสายตา

คนราชทัณฑ์ กับ งานราชทัณฑ์
             สวัสดีพี่น้องผู้คุมทั่วประเทศ ห่างหายไปนานอีกเช่นเคย มาถึงวาระออกพรรษา ก็มาพบปะกันซะหน่อย...เกี่ยวไรวะ..อิอิ.. ความคืบหน้ากรณี ความก้าวหน้าสายทั่วไป ก็ยังไม่คืบหน้าอะไร ... อาจเนื่องจากความผันผวนทางการเมือง...เกี่ยวมั้ย..ก็อย่างว่าครับ กรมราชทัณฑ์ สายวิชาการ เป็นเทวดา สายทั่วไปเป็นแรงงานรับจ้าง...พอเข้ามาดูหนังสือเวียนเห็นหนังสือเกี่ยวกับตำแหน่งอนุศาสนาจารย์ หนังสือที่ ยธ 0702.1/28754 ลงวันที่ 1 กันยายน 2557 เรื่อง การกำหนดตำแหน่งประเภทวิชาการเพิ่มใหม่ เพื่อกำหนดตำแหน่งที่มีลักษณะงานด้านการอบรมและพัฒนาจิตใจผู้ต้องขัง...โหลดหนังสือคลิ๊กเลย....เนื้อหาประมาณว่า ทางกรมได้ไปขอให้ ก.พ.กำหนดตำแหน่งด้านการพัฒนาจิตใจมาเป็นสายวิชาการ เรียกว่าตำแหน่งศาสนากร ว่างั้น...ซึ่ง ก.พ.ก็ได้ตอบกลับมาอย่างเด็กขาดว่า บ่ได้ บ่ได้...แถมยังสอนมวยกลับมาว่า ตำแหน่งอนุศาสนาจารย์ หากจะปรับปรุงให้เจ้า นำเสนอ อ.ก.พ.กระทรวงเพื่อกำหนดตำแหน่ง โดยไปพิจารณาตำแหน่งนักทัณฑ์ที่เป็นตำแหน่งหลักทางวิชาการของคุณ ให้ทำงานครอบคลุมซะก็สิ้นเรื่อง ไม่ต้องมาปรับเปลี่ยนให้วุ่นวาย...หลักเกณฑ์ต่างๆ ก็ไปว่ากันตาม ว.17 ปี 2552 เด้อ...ปิดท้ายหนังสือ กรมราชทัณฑ์ ยังบอกอีกว่า ถ้าอยากเป็นนักวิชาการก็ไปสอบ ภาค ก.ซิ แล้วเปลี่ยนเป็นนักทัณฑ์ซะ...เพราะทุกวันนี้ อยากเติบโตก้าวหน้า ต้องมาเป็นนักทัณฑ์เท่านั้น...
              อ่านแล้วท่านเห็นอะไร...ผมไม่รู้นะ เพื่อนผู้คุมหลายท่านอาจจะมีมุมมองที่แตกต่างกัน...แต่สิ่งที่ผมเห็นคือ
               1. สงสารสายงานอนุศาสนาจารย์กรมราชทัณฑ์....
               2. มุมมองของคนที่อยู่กรมราชทัณฑ์ในการที่จะหาทางก้าวหน้าให้สายงานอื่นที่ไม่ใช่วิชาการ...โดยเฉพาะผู้ใหญ่บางท่าน
               3.การทำงานของหน่วยงานที่เป็นปากเป็นเสียงให้ข้าราชการกรมราชทัณฑ์ ทุกสายงาน เพื่อความก้าวหน้าในอาชีพ (กจ) ไม่เอาทะเล...


               ทำไมถึงว่าอย่างนั้น สายงานอนุศาสนาจารย์ ใครเข้ามากว่าจะได้ชำนาญงาน ต้องอายุงาน ถึง 9 ปี นี่คืออะไรครับ นี่คือเงินเดือนคุณต้องกินในระดับปฏิบัติการ และค่าตอบแทนกลาง มิดพ้อยท์ ในการตอบแทนประจำปี ต้องเป็น ..ปฏิบัติงาน...ตั้ง 9 ปี...ในขณะที่เด็ก ป.ตรี เข้ามาในระบบใหม่ เป็นนักทัณฑเทวดา ..ประเคน เงินเดือน บวกครองชีพ 15,000 และอยู่เล่นๆ แบบ ไม่ต้องเข้าเวร ไม่เปลืองตัว ซัก 6 ปี ก็ได้ 1 ดาว กับ 1 ช่อ แล้ว  การวิ่งของค่าตอบแทน ผิดกัน คุณภาพคน ผิดกัน ตอนนี้หัวอกเดียวกับสายทั่วไปที่ ไปรอเกษียณที่ชำนาญงาน ความก้าวหน้าไม่ต้องพูดถึง...
               มุมมองของคนที่อยู่ในกรมราชทัณฑ์ นี่คือเรื่องจริง เขาดันไปมองแบบตำรวจ ทหาร คือเขาถือว่า สายเทวดาหากเทียบเป็นสัญญาบัตร เป็นผู้บริหาร..ซึ่งจำเป็นต้องมีการบังคับบัญชาที่เหมือน หรือใกล้เคียงกัน .แต่เขาลืมมองความจริงที่ว่า เราเป็นข้าราชการพลเรือน ลักษณะงานเราอยู่ในพื้นที่เฉพาะ ทำงานคละกัน ทุกคนเป็นผู้คุมหมด...สมัยก่อน ผู้คุมเรา เคารพ กันด้วยคุณวุฒิวัยวุฒิ เพราะทุกคนถือว่า เท่าเทียมกันในเรื่องความก้าวหน้าการเติบโต เพราะระบบมันไล่ซีกัน 4 ไป 5   5 ไป 6   6 ไป 7  7 ไป 8 ซึ่งสามารถแข่งขันกันได้ทุกสายงาน ทุกวันนี้ต้องเป็นสายนักทัณฑเทวดาเท่านั้นถึงมีสิทธิ...อย่ามาพูดเรื่องความเท่าเทียมเลยครับ...อายปาก
               หน่วยงานที่เป็น ปากเสียง ผมเคยสอบถามหลายคน นะเกี่ยวกับทัศนะคติของคนพวกนี้ พวกนี้เขามองแต่ตัวเอง เขาไม่มองผู้คุมทั้งประเทศ เขามองแค่คนไนกรมฯ และสายวิชาการเท่านั้น พอผมชวนคุยเรื่องตำแหน่งอาวุโส ทำไมไม่เปิดตำแหน่ง  เขาว่าไงรู้มั้ยครับ  เขาบอกว่า ตำแหน่งอาวุโสเอาไว้ให้คนใกล้เกษียณ เพราะคำว่า อาวุโสก็บอกอยู่แล้ว...ผมก็พูดไม่ออกนะ ทุกวันนี้ พวกที่เป็นชำนาญการ สายเทวดา ทุกคน อยากเป็น ผอ. ผบ ทั้งนั้น และเขาก็มีโอกาส แต่พวกเราสายแรงงานหล่ะ ทำไมถูกกดทับซ้ำแล้วซ้ำเล่า...ทุกวันนี้ การทำงานเรือนจำ ก็อาศัย พวกชำนาญงานประสบการณ์สูงค้ำจุนเรือนจำทั้งนั้น....ค่านิยมเด็กนักทัณฑเทวดา ทุกวันนี้ คือการทำงานอะไรก็ได้ที่ผ่านไปวันๆ และสบาย เพราะอีกไม่กี่ปี ก็ ได้ชำนาญการแล้ว...ผมเคยเห็นชำนาญการบางคน ถูกเกณฑ์ไประงับเหตุจราจลที่ เรือนจำ นะครับ ผมสมเพช น้ำหูน้ำตาใหลใจสั่น กลัวผู้ต้องขังมีแต่พวกเราชำนาญงานแก่ๆ แบกโล่ห์ตะบองออกทัพหน้า...บางคนอยู่ถึงชำนาญการเวรยามไม่เข้าเลยนะครับ..เพราะเขามีความเชื่อว่า ต้องทำให้ประวัติตัวเองสะอาด เพื่อจะได้เป็นผู้บริหารแบบสะอาดๆ ...ถุยย..หลายคนไม่เคยคุยกับผู้ต้องขังด้วยซ้ำ แล้วโตมามึงจะปกครองเรือนจำยังไง...ก็เหมือนหน่วยงานหนึ่งในกรมที่มีหน้าที่ต้องทำให้เรามันก็ไม่ทำ... และการที่คุณไม่สามารถทำให้ความก้าวหน้ามันเท่าเทียมกัน...วิกฤติการบังคับบัญชามันเกิดขึ้นแน่...อยากเป็น ผอ.ผบ แต่พอออกไปแล้ว สั่งงานสั่งการไม่ได้ ดูซิว่าคุกจะเป็นยังไง....อีกอย่างการ หารือ หรือ ช่วย ในการขอตำแหน่งหรือกำหนดความก้าวหน้า ให้สายอื่น ...น่าจะไปศึกษา หนังสือเวียน กฏ ระเบียบ ก.พ.ที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ก่อนดีมั้ย...กรมราชทัณฑ์เรา มีการกำหนดตำแหน่ง และ ภาระกิจหลัก ไปแค่ 2 สายงาน คือสายวิชาการ ในตำแหน่งนักทัณฑ  และ สายทั่วไป ในตำแหน่ง เจ้าพนักงานราชทัณฑ์ โดยเฉพาะ เจ้าพนักงานราชทัณฑ์ เป็นสายงานในภาระกิจหลัก ที่กรมขอไป แต่โดนกดซะงั้น....อย่างหนังสือตัวนี้ อยู่จะไปขออนุศาสตร์ ซึ่งก.พ.รับรองว่าไม่เป็นสายงานที่จบ ป.ตรี ให้ไปครอบสายวิชาการทางศาสนาไปซะงั้น...มันได้ที่ใหน..ดีนะ ก.พ.มันไม่ตอกกลับมาด้วยว่า กรมช่วยไปแหกตาดูการกำหนดตำแหน่งตามภาระกิจของคุณดูซิคืออะไร...ไม่ใช่อยากขอให้เขาเสือกไปข้ามสายงาน กับภาระกิจซะงั้น...ภ้าจะขออย่างนั้น ขอให้อนุศาสนาจารย์เติบโตขึ้นถึง อาวุโส ไม่ดีกว่าหรือ...เพราะมันมีกรอบของกรมราชทัณฑ์อยู่แล้ว...อย่ามาอ้างเรื่อง ปริญญาตรี โท นะครับ...มีกันแทบทุกคน...สุดท้ายก็ขอความเท่าเทียมกันจริงๆ ของการเติบโตในกรมราชทัณฑ์จงบังเกิดขึ้น กับทุกสายงานด้วยเถอะ... เพี้ยง...ขออำนาจเจ้าพ่อเจตคุปต์ ช่วยไปกระซิบผู้ใหญ่ให้ที...เอากันวันที่ 13 วันสถาปนานี่แหละ...ขลังนักเจ้าพ่อ...หากผู้ใหญ่ท่านใด ทำให้เกิดความเท่าเทียมได้ ราชทัณฑ์เราจะไปได้ไกล และท่านก็จะเป็นตำนาน เหมือน  พลโท กมล  ประจวบเหมาะ ที่เปิดบ้านราชทัณฑ์..ให้คนภายนอกได้มีโอกาสเข้ามารับใช้งานราชการ จนถึงทุกวันนี้............. โหลดหนังสือคลิ้ก....

วันเสาร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

อาวุโสกรมราชทัณฑ์จะไปยังไง ช่วยกันระดมความคิดที

คนราชทัณฑ์ กับ งานราชทัณฑ์
ก่อนเปลี่ยนอธิบดี ตามคำสั่ง คสช.งานเข้าจนได้ ..เงียบๆ ไม่เป็นข่าวหวือหวา เหมือนตอนที่ บิ๊ก คสช.ไปแสดงพลังที่กรมราชทัณฑ์ จนกระทั่งมาเป็นมาตรการปราบปรามยาเสพติดชนิด ต้องกวาดยกรัง กันยกใหญ่  ซึ่งทำท่าจะไม่จบกันง่ายๆ จนกระทั่งขณะนี้เปลี่ยนอธิบดี เป็นท่าน วิทยา สุริยะวงศ์ ก็ขอแสดงความดีไจ หรือยังไง ก็ดีใจไว้ก่อน ผู้บริหารของเรา ดีใจไว้ ณ โอกาสนี้ กับท่านด้วย....ในส่วนของเรา ผู้คุมสายทั่วไป แท่งทาส ก็ได้พยายามที่จะมองความก้าวหน้า และขอเพิ่มตำแหน่ง เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ กจ.กรมฯ เขาว่างั้นนะ...ในความเป็นจริงก็รู้ๆ กันอยู่ ยิ่งมีการตั้ง ชำนาญการพิเศษเที่ยวนี้ ดังกระฉ่อนทั้งวงการ...ข่าวว่า มีทั้งประเภท จ่ายเงิน เด็กนายหน้าห้อง ข้ามหัวกันเป็นเอเคอร์  แต่ละคนประวัติไม่จืด ทั้ง โดนย้าย 24 ทั้ง มีคดีสอบทจริตติดตัวกันก็หลายคน อันยนี้ข่าวลอยลม ถ้าไม่ใช่ก็ขออภัย...บางคนก็เด็กมากๆ จนเรียกท่านไม่ลง...แล้วมันจะปกครองกันยังไงในอนาคต... เฮ้อ
เอ้าว่ากันถึงความคืบหน้าของสายทั่วไป...กรมฯ ก็ได้มีคำสั่งให้ แอดมิน ไปเป็นผู้ช่วยเลขานุการคณะทำงานจัดทำเส้นทางความก้าวหน้าของข้าราชการตำแหน่งประเภททั่วไป...คำสั่งกรมราชทัณฑ์ ที่ 757/2557 ลงวันที่ 20 มิถุนายน 2557 คณะทำงานมี 2 ส่วน ส่วนที่ 1 คณะกรรมการอำนวยการ ประกอบด้วย 1.รอง อรท.ฝ่ายบริหาร 2.ผอ.หญิงกลาง 3.ผบ.บางขวาง 4. ผอ.สพน. 5. ผบ.รจจ.นนทบุรี 6.ผอ.สถาบัน 7.ผอ.กจ  8.หน.กลุ่มงานอัตรากำลังฯ เลขาฯ  โดยให้ คณะทำงานจัดทำเส้นทางความก้าวหน้าของข้าราชการประเภททั่วไป  ให้ไปศึกษา วิเคราะห์ ตั้งตุ๊กตามา ประกอบการการดำเนินการ โดยมี ผอ.กจ.เป็นหัวหน้า คณะทำงาน หน.กลุ่มงานอัตรากำลังฯ เป็นเลขาฯ ในคณะนี้มีกัน 11 คน เป็น อาวุโส 2 คน ชำนาญงาน 1 คน ก็คือแอดมินนี่แหละ (สรุป มีสายทั่วไปเข้าไปร่วม 3 คน นอกนั้น เป็นวิชาการทั้งหมด ที่อยู่ กจ.)....ไม่รู้เขาหมั่นใส้อะไร..ถึงเอาเข้าไปร่วมงาน...เอา ไม่ว่ากัน...ก็ถือเป็นโอกาสเดียวที่จะได้ ไปพูด ไปฟังสิ่งที่กรมเขาคิดเขาทำ ว่าเขาต่อสู้ให้พวกเราสายทั่วไปแค่ใหน  ยังไง... โจทย์เขาให้มามี 2 ข้อ 
      1. ศึกษา วิเคราะห์ข้อมูล หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ ก.พ.กำหนด รวามทั้งความเป็นไปได้ เพื่อกำหนดให้มีจำนวนตำแหน่งประเภททั่วไประดับ อาวุโส เพิ่มมากขึ้น  และ
      2. ศึกษา วิเคราะห์ข้อมูล หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ ก.พ.กำหนด รวามทั้งความเป็นไปได้ เพื่อดำเนินการจัดทำเส้นทางความก้าวหน้าของข้าราชการตำแหน่งประเภททั่วไป
      ข้อสังเกต โจทย์ 2 ข้อ เขาใช้คำว่า ความเป็นไปได้ ทั้ง 2 ข้อ แสดงว่า จนท.กจ.ผู้มีหน้าที่ดำเนินการด้านนี้ เขาได้วิเคราะห์กันแล้วในเบื้องต้นว่าทำไม่ได้ คืออะไรหละครับ ก็คือเขามองแล้วว่ามันทำไม่ได้.... ยุ่งแล้วไงแล้วเอาพวกเราสายทั่วไปสอบเข้ามาทำไม ความก้า่วหน้าก็ไม่ให้ กำหนดก็ไม่ได้...คนที่เป็นคณะทำงานก็นักวิชาการชำนาญการ..ทั้งนั้น..เขามองประโยชน์ในการจัดทำคณะทำงานแบบใหน จริงใจหรือเปล่า เพราะหากสายทั่วไปอาวุโสมันได้ขึ้นมา ทั้งเปิดกรอบ ทั้งเพิ่มความก้าวหน้า ซึ่งในอนาคตก็ต้องแข่งกันทั้ง 2 สาย สิทธิพิเศษที่สายเขาพึงมีได้ กระทบกระเทือนแน่นอน ....
       ตามประสา แอดมิน เคยโทรเข้าไปหาข้อมูลเบื้องต้นกับ จนท.กจ.ที่เป็นคณะทำงาน ว่าที่ให้ศึกษาวิเคราะห์ อะไรต่างๆ ทางกรมได้ทำอะไรไปบ้างแล้ว เช่น มีการหารือ กับ กระทรวง หรือ ก.พ.หรือไม่อย่างไร เอกสารพอจะมีให้ประกอบการศึกษาหรือเปล่า ประมาณนี้...เขาตอบแบบมีความหวังให้แอดมินดีใจหาย..มาทันทีเลยว่า..มันไม่มีทาง ไม่ได้ ด้วยประการทั้งพวง...ทั้งเพิ่มกรอบอัตรา และ การกำหนดความก้าวหน้าให้ สายทั่วไป..ชื่นสะดือจริงๆ กับคำตอบ แล้ว ยังตอกหน้า แอดมินกลับมาว่า...ก็ให้คุณไปศึกษาวิเคตราะห์มาซิคะ..(เก่งนักไอ้เวร..ชอบวิจารณ์ดีนัก..อันนี้คิดในใจ นะจ๊ะ ไม่ได้ว่าใคร ว่าตัวเอง..)..อยากจะบอกทิ้งท้ายไว้นิดนึง...การที่แอดมิน ทำเว็บไซต์วิจารณ์ ในเรื่องนี้ เพราะแอดมินถือว่าทำได้ ไม่ผิดกฎหมาย เป็นการแสดงความคิดเห็นในเชิงสร้างสรรค์เพื่อส่วนรวม มิได้ แสดงหรือวิจารณ์เพื่อให้ตัวแอดมินได้ประโยชน์ แต่เพียงผู้เดียว...นี่เป็นประโยชน์ของคนทั้งองค์กรราชทัณฑ์ทั่วประเทศ โดยเฉพาะสายทั่วไป...การติชม วิจารณ์ ต่างๆ ก็หวังให้ จนท.ผู้มีหน้าที่ในกรม ซึ่งถือเป็นผู้เชี่ยวชาญ ช่วยหาทางออกให้ข้าราชการด้วยกัน...แต่เมื่อรูปการณ์ มาแบบนี้แอดมิน ก็จะพยายามอย่างเต็มที่ ..ถ้าจะให้ดี พี่น้องราชทัณฑ์สายทั่วไปทั้งสาย...หากใครได้อ่านบทความนี้..อยากให้ช่วยแสดงความเห็นในเรื่องโจทย์ 2 ข้อให้ ให้แอดมินด้วย..เพื่อพวกเราจะได้มีแนวทาง สำหรับไปนำเสนอผู้ใหญ่บ้าง...ทั้งน้องปฏิบัติงานที่เข้ามาใหม่ และท่านชำนาญงานสูงวัย หรือท่านอาวุโสที่มีความรู้ รวมถึง ผู้คุมทุกท่าน ที่มีความสนใจ และมีความเห็นทางวิชาการในเรื่องนี้ช่วยกันมาคอมเม้นท์ด้วยครับ...สุดท้ายขอบคุณ พี่อาวุโส 55..ที่แสดงตัวเป็นแนวร่วม นี่ก็หนึ่งสายทั่วไปที่โดนกดขี่จนโงหัวไม่ขึ้น...ถึงเวลาที่เราจะช่วยกันเพื่อองค์กรราชทัณฑ์ของเราครับ....แอดมินขอคารวะทุกท่าน...
 

วันเสาร์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2557

เรือนจำอาจเป็นแหล่งบ่มเพาะความเกลียดชัง เนื่องจากผู้คุมเลือกข้าง

คนราชทัณฑ์ กับ งานราชทัณฑ์...
นานมากแล้ว ตั้งแต่มีแนวคิดทำมาหากินสร้างฐานครอบครัวพร้อมกับทำกิจการเพื่อบริหารความมั่นคงในอนาคต เนื่องจากสังคมกีฬาสี การเมืองแบ่งกลุ่ม อคติ ความเกลียดชัง จึงห่างหายจากการโพสต์ วันนี้จะเล่าเรื่องด้านนี้โดยเฉพาะ ในแง่ของผู้คุม เริ่มจากผู้คุมกลุ่มที่แปรจากการที่พวกเสื้อเหลือง หรือพันธมิตรเก่า กลายพันธ์มาเป็น หลากสี สลิ่ม กปปส. ทำไมต้องมาเน้นกลุ่มนี้ มันน่ากลัวสำหรับองค์กรราชทัณฑ์โดยรวม โดยส่วนตัวผมประกาศตัวไปแล้วว่าสีแดง-เวลาทำงานเป็นสีกากี(งดทุกสี) ที่เน้นกลุ่มนี้ และที่จะเล่าให้ฟัง แล้วท่านมององค์กรที่เราทำงานอยู่ ท่านจะเห็นความน่ากลัว ของพวกคนกลุ่มนี้ เราไม่วิจารณ์ในโซนภาคใต้ เนื่องจากเขามีความเป็นอยู่ และแนวคิดหลากหลาย เป็นที่รู้กันอยู่ แต่กำลังพูดถึงอันตรายของ เรือนจำ/ทัณฑสถาน ที่อยู่ในโซนที่ไม่ใช่ภาคใต้ โดยเฉพาะ อีสาน กับ เหนือ.... 

เรามาพูดความจริงกับฐานแนวคิดของกลุ่มสลิ่มก่อน เฉพาะที่อยู่ในวงการราชทัณฑ์ 

ทุกวันนี้ที่เราเห็นแทรกซึมอยู่ตามเรือนจำ คือพวกกลายพันธ์จากพันธมิตรเหลืองล้วนๆ มาเป็นสลิ่มรักชาติ รักสถาบันทำเพื่อประชาชน กลุ่มผู้บริหารในเรือนจำ และกลุ่มที่เป็นสลิ่มใหม่ แต่จิตใจอำมหิต มือถือสากปากถือศิล คือพวก ที่จบ โท นิด้า เป็นกลุ่มหลัก คนพวกนี้ ทุกวันมีตำแหน่งในแต่ละเรือนจำ ทัณฑสถาน ใหญ่โต เป็น ผบ..ผอ.. นี้แหละอันตรายตัวจริง ...งานเรือนจำเป็นงานคลอบงำโดยแท้ การเล่นพวกในองค์กร สุดยอด ก็ดูจากที่เขาปรับแท่งสลายซี กรมราชทัณฑ์ ยังเอา บ่ามาคุมกัน เหมือนไม่ได้ปรับเปลี่ยนอะไร....อ้างลำดับขั้นการบังคับบัญชา..ขอโทษ ถุยยย...ทุกวันนี้จึงเห็นสายหนึ่งถูกกดให้เป็นผู้ปฏิบัติ...อีสายถูกดันให้เป็นผู้บริหาร...ก้มหน้าก้มตาทำกันไป..


การเมืองที่ระบาดเข้าไปถึงนักโทษ

พูดถึงผู้คุมก่อน ในโซนอีสาน และเหนือทุกวันนี้ ภายในองค์กร ผู้คุม แบ่งสีแบ่งขั้วกันในทีอยู่แล้ว เว้นเรือนจำใดสุดโต่งจะว่าให้ฟังกันต่อไป แต่สิ่งที่ผู้คุมสองสีเป็นกันอยู่ในเรือนจำส่วนใหญ่จะเป็นเช่นนี้

ผู้คุม เสื้อแดง: ไม่ครอบงำความคิด แสดงออกเฉพาะตน ไม่วิจารณ์สีอื่น ไม่เอาความเกลียดชังมาเป็นเส้นแบ่งเขตการทำงาน ไม่เอาเรื่องการเมืองไปครอบผู้ต้องขัง เพื่อผลการควบคุมปกครอง พื้นฐานมาจากความคิดแบบประชาธิปไตยลูกชาวบ้านหลานชาวนา ไม่ด่ากราด เหมารวม ไม่เอาสถาบันมาพูดเพ้อเจ้อ เคารพสักการะไว้บนที่สูง

ผู้คุม สลิ่ม: การแสดงออกตรงข้าม ชอบที่จะแสดงออกแนวคิดเพื่อครอบงำความคิดคนอื่นให้เชื่อตาม วิจารณ์คนที่เห็นต่างแบบไม่อาย ทั้งๆ ที่คนนั้นเขาก็อยู่เฉยๆ เอาความเกลียดชัง และอคติ ต่อ ทักษิณ เป็นที่ตั้ง แล้ว นำมาเหมารวม เกลียดชังคนอื่น ใครที่ไม่ใช่พวกตน โยนไปข้างนั้นหมด เหมาว่าชั่วหมด  เอาสถาบันมาห้อยปาก ว่าตัวเองทำเพื่อสถาบัน เอามาเล่นจนเลอะเทอะ ท่องคำว่าตนเป็นคนดีอยู่ทุกลมหายใจ แต่การกระทำชั่วสุดๆ

อยากบอกให้ฟังว่า สิ่งที่เห็นทั้งหมด เป็นการเมือง ทั้ง เหลือง แดง ม้อบ กปปส. สลิ่ม มันคือการเมือง ที่ต้องช่วงชิงอิทธิพลและอำนาจ แต่ผมแยกแยะ เพราะผมรู้ว่าตนเอง ทำงานอะไร อยู่เพื่อใคร และต้องทำอะไร  เคารพสิทธิ และความคิดคนอื่น....ใครที่รู้จักผมจะเห็นว่าส่วนตัวผมจะไม่ขัดแย้งกับใคร จะไม่โต้ และหงุดหงิดกับคนที่เห็นต่าง ในมุมนี้ ผมถือว่าทุกคนมีสิทธิในการคิด และพูดเป็นของตนเอง ...

แต่ในแง่การทำงาน ...ตัวงาน...มันไม่แบ่งสีนะครับ  ตัวงานคือสิ่งที่คุณต้องทำเพราะมันเกี่ยวพันกับองค์ประกอบรอบตัวคุณหลายอย่าง..ถ้า่คุณเป็นแล้วคุณแสดงออกสุดโต่ง..สิ่งที่ตามมาคืออะไร..ครอบครัวคุณไง...อย่าลืมนะครับ สังคมเขาไม่ได้เป็นแบบคุณไปหมด และอย่าคิดเองว่า สิ่งที่คุณเห็น และพวดกคุณเป็น เป็นคนหมู่มาก...นี่คือข้อเท็จจริงที่เลอะเทอะ เห็นแก่ตัวของคุณ..คำถามที่คุณไม่เคยคิดว่าจะมีคนถาม...หากลูกคุณไปโรงเรียนแล้วเกิดโรงเรียนนั้นอยู่ในกลุ่มที่เป็นสิ่งตรงข้ามกับคุณหละ ปัญหาเกิดกับใคร(คำถามที่เกิดกับลูกคุณจะกลายเป็นปมด้อยในอนาคตทันที)...เมียคุณไปตลาดแล้ว แม่ค้าในตลาดเคยมีลูกติดคุกอยู่กับคุณ แล้วโดนกระทำบางอย่างในเรือนจำเพราะว่าเขาเป็นสิ่งที่คิดไม่เหมือนคุณ คุณอาจสั่งลูกน้องคุณไปแกล้งเขา กดดันเขา อะำไรจะเกิดกับเมียคุณที่ตลาด....เอาแบบแง่ลบ ถ้าผู้ต้องขังคนนั้นผูกใจเจ็บแค้นคุณ แล้ว เจอ ลูก หลาน ญาติ เมีย คุณ... อะไรจะเกิดขึ้นเราไม่รู้ แต่ไม่ดีแน่ๆ

เชื่อหรือไม่...!!! จังหวัดอุดรธานี เป็นจังหวัดคนเสื้อแดง แต่ ผู้คุม เกือบทั้งเรือนจำ เป็น เสื้อเหลือง 80 เปอร์เซ็นต์ ... มีการแบ่งพรรคแบ่งพวกกีดกันการทำงานกันชัดเจน...!! ใครเห็นต่างเป็นแกะดำ  แต่ที่น่าเกลียด และไม่ควรจะทำอย่างยิ่งคือ เอา ผู้ต้องขังที่เป็นเสื้อเหลืองมาเป็นผู้ช่วยงาน กดขี่ผู้ต้องขังด้วยกัน อันนี้ อันตรายครับ...ผู้ต้องขังส่วนใหญ่เป็นคนอุดร พ่อ แม่ พี่ น้อง เป็นแดงหมด พอเข้าเรือนจำ ต้องแอบทำเนียนเป็นสีเหลืองด่ารัฐบาลใครแสดงตัว จะถูกทั้งผู้คุม และนักโทษด้วยกันที่เป็นเหลืองกลั่นแกล้ง กดขี่ ต่างๆ นานา ๆ.... เรือนจำอุดรเหมือนเป็นบ่อบ่มเพาะความเกลียดชังแก่สังคม...อันนี้ ญาติ และผู้ต้องขังบางคนที่ผมรู้จัก มาเล่าให้ฟัง (ด้วยความเคียดแค้น กัดฟันเล่าด้วยนะ)... ข่าวเล่าว่า มี ผอ.ส่วนสลิ่ม สายโทนิบ้า....คอยเล่นป่วนใต้ดิน แยกพรรคแยกพวกภายในเรือนจำ...ผบ..เป็นคนดีนะครับ...แต่ไอ้ ผอ.เหี้ยนี่แหละทำองค์กรพัง...ตอนอธิบดีมาเรือนจำอุดรพวกมันทำเป็นสนิทสนม ชื่นชม ลับหลังด่าอธิบดียังกะขี้ หาว่าเป็นเด็กทักษิณ.....

สุดท้าย - อยากบอกเพื่อนผู้คุมสลิ่มเอาบุญว่า วันใหนการเมือง และกลุ่มอำนาจเขาตกลงกันได้  เขาจะจูปปากกันเหมือนเดิม เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น  แต่...สิ่งที่คุณเลือกและคุณเป็นวันนี้ ...สิ่งที่จะตามมาคือ...งาน...เพื่อนที่ทำงานกับคุณจะไม่เหมือนเดิม คุณทำอะไรกับใครไว้ เมื่อสงครามสี มันหมด คุณจะมองหน้ากันไม่ติด และทำงานกันไม่ได้ ความเป็นเพื่อนจะไม่มีในองค์กรคุณ ...

วันอังคารที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

หรือผู้คุมจะถึงทางตัน

คนราชทัณฑ์ กับ งานราชทัณฑ์
ผู้คุมเราทุกวันนี้ กำลังโดนกระแสอะไรบางอย่างกดดันอย่างเงียบๆ ว่ามั๊ยครับ ความอึดอัดในการทำงาน การเลือกปฏิบัติ ทุกวันนี้มีการแบ่งสายชัดเจนในเรือนจำ คนกรมฯ จะไม่รู้สึก แต่คนเรือนจำ รู้สึกได้ ความก้าวหน้าไม่มี (สังเกตให้ดีสอบ ช.พิเศษ เที่ยวนี้ คนกรมฯ เข้าวินเพียบ - เอ่อ.. สายทั่วไปไม่ต้องหวังอะไรนะครับ เพราะเขาให้คุณเกษียณแค่ชำนาญงาน) คุณภาพชีวิตก็แย่ลง ผู้คนรุ่นเก่าๆ อายุงาน 15 ปี ขึ้น ได้แต่ปลงจะไปใหนก็ไม่ได้ ยังรู้สึกถึงบุญคุณข้าวแดงแกงร้อนของราชทัณ์ฑอยู่ยังมีใจอยู่ ว่างั้นเถอะ เป็นที่ยอมรับกันทั่วไป ระบบงานเรือนจำ งานเท่าเดิม และมีแนวโน้มว่าจะเยอะกว่าเดิม แต่หาบุคคลกรจะมาทำหน้าที่แทบไม่มี เช่น งานการเงิน  พัสดุ งานบัญชี  เนื่องจากงานพวกนี้มันเสี่ยงมาก (ปล.ขอนแก่นโดนฟันแล้วครับ 2 ล้านก่าๆ เจ้าหน้าที่ถูกหวยกันระนาว ทั้งที่เกี่ยวโดยตรง เกี่ยวแบบเฉี่ยวๆ บวกกรรมกร เอ้ย กรรมการ รอบข้าง) งานเอกสาร นโยบาย ตัวชี้วัด

 พวกนี้เป็นงานเอกสารจุกจิก ต้องเป็นคอมฯ เป็นโปรแกรมเวิร์ด เอ๊กเซล ไม่งั้นไปไม่ได้ แถมมานั่งทำงานต้องมาคอยประคบประหงมเครื่องคอมฯ สำนักงานที่ใช้แบบคุ้มสุดๆ ซ่อมเล็กซ่อมน้อย ก็ต้องควักตังเอง แถมกระดาษหมดก็เบิกยากแสนยาก ทุกวันนี้เราจึงเห็นผู้คุมเลือดใหม่ เลือกที่จะอยู่ภายในคุกมากกว่า (คุมผู้ต้องขัง )อย่างน้อยเลิกงานก็ไม่มีอะไรพัวพันเหมือนเจ้าหน้าที่ การเงินบัญชี นโยบายแผน กลับบ้านตรงเวลา มานั่งดูหน้าลูกเมียตั้งวงกินเหล้านินทาจ้าวนายสบายแฮ...ท่านมองรอบตัว ท่านจะเห็นความเหลื่อมล้ำ ความเสื่อมศรัทธา อนาคตอันใกล้ สายบังคับบัญชาจะพัง เอาเด็กมาเป็นผู้ใหญ่ แล้วผู้ใหญ่ก็ใส่เกียร์ว่าง เด็กมาเป็นใหญ่จะใช้ใครก็ไม่ได้ จะเรียกท่านก็กระดากปาก ทำไมถึงว่าอย่างนั้น มองใกล้ๆ ตัวท่าน ทำงานมาไม่กี่ปี เป็นลูกเวร อยู่ดีๆ พอได้เป็นชำนาญการ ไม่ยอมเข้าลูกเวรซะงั้น งอแงขอเข้าผู้ช่วยพัสดี พอได้รับงานใหญ่ผู้ใหญ่เอ็นดูก็ไปไม่เป็นเพราะประสานงานใครไม่ได้ โดยเฉพาะกับคนเก่าๆ ผู้คุมเก่าสายทั่วไปมือฉมังทำงานไว ก็ส่ายหัวเก็บปากเก็บความคิด เดินเข้าเวร แล้วแต่มันจะเป็นไป....เรือนจำไม่ใช่ของตรู หมดยุคแล้ว ขอแก่กะโหลกกะลาดีกว่า ให้เด็กใหม่สายวิชาการทำงานกันไป ... ว่าแล้วก็เดินเข้าเวรเงียบๆ คนเดียว ฮิ้ววว...นานๆมาทีก็บ่นงี้หละครับ อย่าว่ากัน อ่านกันเพลินๆ ขอบคุณทุกคอมเม้นท์ อ้อ ตอนนี้ผู้คุมต่างจังหวัดเขามีแนวคิดใหม่แล้ว เดี๋ยวกระทู้หน้าว่ากัน กระทู้นี้ไปก่อนแล้วครับ บายยย.....  เซ็งเป็ด