แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาวุโส วิชาการ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาวุโส วิชาการ แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

เอากันอีกรอบ สายทั่วไป กับ สายวิชาการ

คนราชทัณฑ์ กับ งานราชทัณฑ์
หลายท่านคงเห็นคำสั่ง ปรับเงินเดือน ตามวุฒิ ซึ่งตอนนี้มีการปรับเงินเดือนตามวุฒิ บา่งท่านดูแล้วก็เฉยๆ ใครที่ติดตามอ่านบทความจากที่นี่ จะเห็น ศักดินาชนชั้น  บางคนก็ตกใจ เด็กทำงานหลังกู 5-6 ปี เข้างานมาหัดงานให้ตอนนี้ เงินเดือนมันแซงแล้ว เซ็งเป็ด  นวก.นทว. ชำนาญการ ทำงานกันกี่ปี เห็นๆ กันอยู่ ว่าทำงานกันเป็นยังไง บางคนไปกัน 20000 กว่า แล้ว  เฉลี่ย ต่ำสุดทำงาน แค่ 7-8 ปี 18000-19000 แล้ว  ผมกว่าจะ 15000 ต้องทำงาน 12 ปี ตอนนี้ เข้าปีที่ 17 เงินเดือน ยังไม่ถึง 19000 เลย ขนาด ได้ดีเด่นบ่อยนะนี่ อย่างว่าละครับ ใครที่ได้อ่านบทความก่อนๆ ท่านจะทำใจได้ ผมเคยบอกแล้ว  ดีเด่น ชำนาญงาน ยังไม่เท่า ดีมาก ชำนาญการ เลยครับ เขารอขึ้น เป็น ผอ.ส่วนกัน  ชำนาญงานก็รอเป็น ป๋า แล้วกัน ..555+ ทำใจครับ ป.ตรี 2 ใบ คงไม่มีประโยชน์ สำหรับกรมราชทัณฑ์ ว่าจะเอา ป.โท มานอนกอดเล่นอีกสักใบ ..ก็ในเมื่อแนวคิดการวางกรอบตำแหน่งอัตรากำลังของกรมราชทัณฑ์มันห่วย..เอาแต่สายวิชาการขึ้น ก็เอาภาพแผนที่แสดงความก้าวหน้าในปัจจุบันมาให้ดู...



ดูไปก็ทำใจซะ  หลับตาค่อยๆ จินตนาการไปตามภาพ ในอนาคต กรมฯ รจ/ทส จะวุ่นวาย  เพราะคนที่เป็นหัวหน้า เป็นเด็กที่เพิ่งทำงาน...สั่งงานกัน ลำบาก ครับ เผลอๆ สั่งกันไม่ได้ด้วย เพราะอายุงาน ประสบการณ์ มันผิดกัน ผู้คุม รู้ทางกันอยู่  แต่สายวิชาการ แรงจูงใจ เขามี  ทางขึ้นของเขาราบเรียบ  บางคนจึงขยันทำงานเป็นพิเศษ คนเก่งขยันทำงาน ดีนะครับ แต่คนโง่ ขยันทำงาน นี่ น่ากลัว  พังแทบทุกเรื่อง ท้าได้เลย ตาม รจ/ทส  พวกที่ทำงานเป็นหลัก ตามฝ่าย ส่วน ต่างๆ เป็นผู้คุมสายทั่วไปทั้งนั้น เพราะทำงานนาน ประสบการณ์เหลือเฟือ ไม่เกี่ยงงาน เพราะทำตั้งแต่ยังเป็น ผู้คุมกุลี บางคนเป็น กูรู ในงานเลยก็ว่าได้ ขณะที่ สายวิชาการ ส่วนใหญ่เราจะเห็นว่่า ทำงานฉาบฉวย เลือกงาน เลือกจุดที่จะทำ คอยแต่จะปั่นหัวนายหวังเป็นหัวหน้าฝ่าย แต่พอเป็นแล้ว ทำงานไม่เป็น เพราะสั่งใครไม่ได้ ความรู้ในงานน้อยกว่าเขา ..เอ่อ ต้องออกตัว ท่านที่เป็นสายวิชาการที่เป็นคนดี คนขยัน หรือมีคุณภาพ ผมไม่ได้ว่านะ ...มันรู้อยู่แก่ใจครับ ... ที่พูดถึง เรื่องจริงล้วนๆ นะครับ เพราะ สายวิชาการเขาถือว่า กระดานบ่าที่เขาเป็นอยู่มันเป็น ระดับฝ่าย ...ก็อยากให้ผู้ใหญ่ในกรมฯ ใครก็ได้ที่เฉียดผ่าน เว็บนี้ ชำเรืองมอง สักนิดนึง เสียเวลาอ่านบ้างก็ได้ครับ แล้ว หาวิธีจัดการ ให้มันสมดุลกันได้มั๊ยครับ...??? ถามไปงั้น แหละ  หากไม่ทำอะไรเลย ภายใน 5-10 ปีข้างหน้า  องค์กรราชทัณฑ์ จะเป็นการปกครองแบบใหน ไม่อยากคิดครับ ..ขอบ่น แค่นี้ครับ ... สำหรับท่านที่รอฟังหลักเกณฑ์ การประเมิน ขึ้น อาวุโส  เขาจะให้ เอา ป.ตรี มาประกอบด้วยนะครับ แว่วๆ มา..เพราะตำแหน่งอาวุโส สามารถ ไต่ ถึง อำนวยการ ระดับต้น ได้ จึงต้องมีหลักประกันเรื่องวุฒิการศึกษาครับ...อีกอย่าง เท่าที่ฟังๆ ดู พวกผู้ใหญ่ในกรม ที่เป็น อกพ.กรมฯ ที่มาจากสายวิชาการ คอยถ่วง เรื่องนี้อยู่ครับ...เพราะ คนในกรมฯ ส่วนใหญ่ 70 % ที่เป็นลูกน้องเขาในกรม ไม่ได้ประโยชน์ .. ปรับเงินสูงยังไม่พอ ยังใจดำกดหัวกันอีก...เฮ้อ...บาย พบกันกระทู้หน้าครับ

วันพุธที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ระบบแท่งใหม่แต่นิสัยเก่า นิสัยติดบ่า จนแยกไม่ออก 3

จากตอนที่แล้ว จะมองภาพออกอย่างชัดเจนเลยว่า การปรับเปลี่ยน ตำแหน่ง ระดับเดิม (ซีเดิม) เข้าสู่ระบบใหม่ (แท่ง)ซึ่งเป็นกลุ่มตำแหน่ง ของกรมราชทัณฑ์ พิศดารอย่างไร ตอนก่อน เราว่ากันว่า การปรับเปลี่ยนที่เป็นอยู่ เป็นการแบ่งแยกชนชั้น และเป็นการเห็นแก่ตัวของกรมราชทัณฑ์ อันแรกเลย แบ่งแยกชนชั้นอย่างไร เมื่อได้กำหนดตำแหน่งใหม่แล้ว เราก็มาดูกันว่า ตำแหน่งที่ใช้แบบเก่า กับแบบใหม่ อย่างใหนมีความยืดหยุ่นสูงกว่ากัน และีมีผลในการบังคับบัญชาเป็นที่ยอมรับกันได้ ตามลำดับชั้นในการทำงาน คือเราต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ตำแหน่ง ในที่นี้ จะมีคำนิยามเป็นสองอย่าง 1.คือตำแหน่งชั้นยศที่ติดตามตัว 2.คือตำแหน่งทางการบริหารงาน เช่น ตำแหน่ง ผอ.ส่วน หน.ฝ่าย ฯลฯ ซึ่งเป็นตำแหน่ง ที่ใช้ในการบริหารงานทั่วไป แต่เดิม ตำแหน่ง 7 ว หรือ 8 วช หรือ 9 ชช เป็นตำแหน่ง เฉพาะที่มีอยู่ในส่วนกลาง กรมฯ หรือเรือนจำที่มีโครงสร้างพิเศษ เช่น เรือนจำกลางประจำเขต คลองเปรม บางขวาง เรือนจำพิเศษ ฯลฯ อาจจะมีตำแหน่ง ดังกล่าว และตำแหน่งทั่วไป เดิม จบห. จพง. ตั้งแต่ ระดับ 1-9 เป็นตำแหน่ง สำหรับการบริหารงานในเรือนจำ/ทัณฑสถานฯ เพื่อบริหารงานภายในทั่วไป ซึ่ง เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ จะ อยู่ดำรงตำแหน่ง ลักษณะนี้ แต่หลังจากปรับตำแหน่งใหม่ เสร็จแล้ว กรมฯ ได้วางโครงสร้างตำแหน่งทางการบริหารขึ้น แบบ กินรวบ ไปที่นักวิชาการ ตำแหน่งชำนาญการพิเศษ ให้เป็น ผู้อำนวยการส่วน แทบทุกเรือนจำ ยกเว้น เรือนจำที่มีผู้บริหารผู้บัญชาการในระดับ 8 เดิม ให้เป็น อำนวยการระดับต้น จากเดิม ตามเรือนจำ/ทัณฑสถานฯ ไม่เคยมีตำแหน่งนักวิชาการ มาทำหน้าที่บริหาร ซึ่งงานเรือนจำ/ทัณฑสถาน เป็นงานปฏิบัติการ มิใช่งานแผนนโยบาย กลับกลายเป็นว่า กรมฯ ตั้งบรรทัดฐาน ให้ ตำแหน่งทางโครงสร้าง เป็นชำนาญการพิเศษ ทั้งหมด รวม พวก จบห.8 เดิมด้วย ทำให้เกิดคำถามตามมา ว่า ตำแหน่งพวกนี้ สงวนสิทธิให้ผู้จะขึ้นมาทีหลังต้องเป็นนักวิชาการอย่างเดียว....ใช่หรือไม่.... ตอนนี้ผู้คุมแตกเป็นสองส่วน แล้ว คือส่วนที่เป็นทั่วไป และส่วนที่เป็นนักวิชาการ เป็นการกดขี่ ทางการบริหารโดยใช้ตำแหน่งหรือไม่ ผู้อ่านคิดเอง... นี่ถ้าไม่เรียกว่าเห็นแก่ตัว ของคนในกรมฯ ซึ่งล้วนแต่เป็นตำแหน่งนักวิชาการ จะเรียกว่า อะไร ตอนนี้ ก็มีคำถาม จากผู้คุมประเภททั่วไป ว่า ความก้าวหน้าของเขาอยู่ใหน คนที่ครองตำแหน่ง ชำนาญงาน เมื่อขึ้น อาวุโส แล้ว ไปใหนต่อ จะขึ้น ผอ.ส่วน ได้ใหม ตอนนี้ผมเชื่อแน่ว่า กรมฯ ก็ตอบไม่ได้ ก็กรมฯ เล่น เอาชำนาญการพิเศษไปขวางในตำแหน่ง ผอ.ส่วน ทั้งประเทศแล้ว บางคน อาจจะเหลืออายุราชการ เหลืออยู่ มากกว่า 15 ปี จะให้เขาไปอยู่ใหน แรงจูงใจไม่มี จะทำงานกันอย่างไรในอนาคต อันนั้นคือตัวอย่าง ระดับบริหาร แต่ระดับ ปฏิบัติหละ เอ้า...ลองอ่านดู แต่เดิม ผู้เข้าบรรจุใหม่ระดับ 1 หรือ 2 ปฏิบัติงาน เฉลี่ย 5-7 ปี ได้ระดับ 3 อาจได้เป็นหัวหน้างาน ในบางเรือนจำ ก็สุดแล้วแต่ ในช่วง 5-7 ปี ปรากฏว่า มีนักทัณฑ์ มาบรรจุ เริ่มที่ ระดับ 3 มาฝึกงาน ร่วมกัน พอครบ 2 ปี ก็ประเมิน ระดับ 4 ซึ่งผู้ที่ทำงานก่อน ที่เป็นสาย ปฏิบัติ ก็ อาจจะได้ขึ้นระดับ 4 เช่นกัน คือเฉลี่ย ในช่วง 3 ปี ที่ทำงาน ก็ยังพอเป็นที่ยอมรับกันได้ ในการทำงาน พอครบปีที่ 5 ของสายวิชาการ เขาก็ประเมิน ระดับ 5 สายทั่วไป ก็อาจจะได้ระดับ 5 ด้วย เนื่องจากการทำงานที่อายุงานนาน ตามลำดับความก้าวหน้า แต่ ผู้ปฏิบัติ สายทั่วไป ยังได้เป็น หัวหน้างานอยู่ ซึ่งก็ยอมรับกันได้ พอเข้าปีที่ 6 หรือ 7 ของสายวิชาการ เขาประเมิน 6 ว. ในขณะที่สาย ทั่วไป นิ่ง เนื่องจากการขึ้นระดับ 6 ต้องรอเปิดสอบ จนท.สายวิชาการ ก็ถูกตั้งเป็นหัวหน้างานตาม ระดับ ก็ยังยอมรับกันได้อยู่ เฉลี่ยแล้ว สองสายนี้ ทำงาน ต่างกันอยู่ระยะ 2 - 3 ปี เมื่อมีการไต่ลำดับความก้าวหน้าก็สามารถยอมรับกันได้ เนื่องจากการใหลของแต่ละสายในการปฏิบัติงาน เป็นช่วงที่ยาวนาน เฉลี่ย คนแรก สายทั่วไป ทำงาน 10 ปี สาย วิชาการ ทำงาน เฉลี่ย ที่ 7-8 ปี ก็สมดุลกันดี สามารถสร้างความสัมพันธ์ ในการทำงานลดความรู้สึกแตกต่าง และยอมรับกันได้ ในการบริหารงาน แต่ปัจจุบัน สายทั่วไป เริ่มบรรจุ ติดบ่า 2 ดาว สายวิชาการ เริ่มบรรจุ ติดบ่า 3 ดาว ระยะเวลาเลื่อน สายทั่วไป ไม่น้อยกว่า 6 ปี สายวิชาการ ไม่น้อยกว่า 5 ปี สองคนนี้ สายแรก เมื่อครบอายุการเลื่อน เขาติดบ่า ชำนาญงาน แบบ ระดับ 6 เดิม แต่ สายที่ สอง ติดบ่า แบบระดับ 7 เดิม ในการทำงานเพียง ห้าปี ดูช่วงระยะเวลาตัวอย่างข้างบนกับที่ว่ากันอยู่นี้ นะครับ น้อยมากในความรู้สึกที่จะเกิด 1. ไม่ยอมรับความสามารถ 2. ความสัมพันธ์ทางการบริหารแทบไม่เกิดเลย 3. ความรู้สึกน้อยใจในการปฏิบัติงาน และความแปลกแยก จะเกิดขึ้นทันที และคำถามอีกอันหนึ่งที่ กรมฯ ต้องตอบให้ได้ คือ สายวิชาการทำงาน มา 5 ปี ติดชั้น พิเศษ ซึ่งทำหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน กับ สายทั่วไป ทำงานมา 15 ปี ระดับ ชำนาญงาน ซึ่งปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าฝ่าย หรือหัวหน้างาน จะต้องถูกลดลำดับการปฏิบัติหน้าที่ตามอย่างนั้นหรือไม่ ช่วยตอบทีพระเดชพระคุณ หากให้เด็กสายวิชาการ กลับมาเป็นหัวหน้างานหรือหัวหน้าฝ่ายแทน จะบังคับบัญชากันได้หรือไม่ .... ท่านผู้อ่านโดยเฉพาะผู้คุมลองคิดดู บทความนี้ อาจยาวไปหน่อย แต่ก็พยายาม บรรยายให้เห็นภาพมากที่สุด ก็สุดแล้ว แต่ผู้อ่านจะพิจารณานะครับ คงพอแค่นี้ก่อน