แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ งานราชทัณฑ์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ งานราชทัณฑ์ แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2559

สวัสดีปีใหม่ผู้คุมไทย 2559

คนราชทัณฑ์ กับ งานราชทัณฑ์
        ต้นปี 2559 ก็ไม่มีอะไรนอกจากสวัสดีปีใหม่ พี่น้องเพื่อน พี่ทุกท่าน ก็ร้างไปนาน ตอนแรกก็คิดว่าจะทิ้งเว็บบล้อกนี้  แต่ก็เสียดาย เพราะบางอย่างทีี่เขียนในกระทู้มันคือร่องรอยแนวคิด ของเราที่มาเล่าสู่กันอ่าน พยายามเปิดโลกทัศน์อีกด้านในมุมมอง ผู้คุมสายกรรมกร ให้เพื่อนๆ ได้รับรู้ ตอนนี้มีนโยบายใหม่ๆ ออกมา ตั้งแต่เริ่มจัดการปฏิรูป เรือนจำ และกรมรราชทัณฑ์ ในมุมมองของกระผม ถือว่ายุคนี้คือยุคทองของกรมราชทัณฑ์โดยแท้ เราไม่เคยเห็นใครมาไส่ใจกับเรือนจำ มาดูว่า เรือนจำ คนคุก ผู้คุมเขาอยู่กันยังไง คุ้มกับภาษีที่เขาจ่ายเป็นเงินเดือนค่าตอบแทนให้เรามั้ย 
วันนี้ โดยนโยบาย ของ อธิยบดีกรมราชทัณฑ์ ท่านวิทยา  สุริยะวงศ์ โดยการผลักดัน ของพณ ท่าน ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ทำให้เราเห็นเรือนจำในส่วนที่เป็นภาระกิจ และความเป็นอยู่ ของผู้คุม และ คนคุก ได้อย่างสร้างสรรค์  การจัดระเบียบ ทำให้ผู้คุมปฏิบัติงานง่ายขึ้น การกำจัดสัมภารก คือการลดระบบอิทธิพลของผู้ต้องขังด้วยกัน ทำให้ผู้ต้องขังที่อยู่ข้างในไม่มีปัญหาเรื่องการแก่งแย่ง ทำร้ายกัน หรือรวมกลุ่มสร้างปัญหาให้เรือนจำ นโยบาย 5 ก้าวย่าง ได้ดำเนินการเป็นรูปธรรม ที่เห็นผลอย่างดี มันทำให้เกิดอะไรขึ้น มุมมองผมนะ ทำงานเรือนจำมา 20 ปี เพิ่งเห็นการวาวงระบบ งานเรือนจำ ที่ชัดเจน มีรูปแบบที่สามารถปฏิบัติและเห็นได้จริง
 โดยเฉพาะ Road Map 10 ด้าน คือ มันชัดเจน ... เรามีแนวทาง แต่ก่อนเรือรนจำควบคุมนักโทษไม่ให้หนี ภาระกิจ แก้ไข ฟื้นฟู ให้การศึกษาก็ทำไปงั้นๆ ตามที่กำหนด แต่ไม่มีจุดสิ้นสุดว่า ทำแล้ว คนคุก ได้อะไรกลับไปสู่สังคม ผู้คุมเราอาจเหนื่อยหน่อยที่ต้องปรับตัวให้เข้ากับรูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนไป ... แต่ระบบเส้นทางความก้าวหน้ายังไม่สมดุล และเรื่องการปราบปรามยาเสพติด..ยังมีบางเรือนจำที่ตกยุค...อีกอย่างที่ขอชื่นชม ผมได้มีโอกาสได้ไปรับนโยบายในฐานะเรือนจำความมั่นคงสูงสุดแบบพิเศษ(ไปกับนาย)..สิ่งที่เห็นในการแลกเปลี่ยน ฟังความเห็นเรามีความเป็นมืออาชีพมาก ทีมงานรองนิมิตฯ มีการทำการบ้านมาอย่างดี ... ไม่เห็นมานานแล้วครับ..ไม่ใช่ท่านรองนิมิตฯ คนเดียวนะครับ สิ่งที่เราเติมเต็มกรมราชทัณฑ์ เรื่องการขับเคลื่อนนโยบายด้านต่างๆ ล้วนเป็นสิ่งที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ไม่ว่า จะเป็นสัคคสาสมาธิของรอง ปฏิคมฯ เรื่องติดตามโครงการในพระราชดำริ ของรองวสันต์ฯ เรื่อง การจัดหลักสูตรเรือนจำโครงสร้างเบา ของรองเรืองศักดิ์ฯ วันนี้ เราเรียกว่าเราเป็นมืออาชีพได้เต็มปาก ...โดยเฉพาะดีใจที่เห็นทีมงานคนหนุ่มสาวของกรมราชทัณฑ์ที่มีความแอ้คทีฟ แลพพร้อม เพื่อขับเคลื่อนร่วมกัน...ถึงยังงั้น รอยต่อของคนรุ่นเก่ารุ่นใหม่ มันยังมีเส้นบางๆ เรื่องความก้าวหน้าของสายงานขั้นอยู่ ... อยากให้ท่ารองเรืองศักดิ์ฯ ฐานะที่คุม กจ.ช่วยเห็นความสำคัญของผู้คุมสายทั่วไปบ้าง ...  ความก้าวหน้า ที่พอจะเป็นหน้าเป็นตาของผู้คุมบ้านนอก และเป็นศักดิ์ศรีแก่วงศ์ตระกูลเหมือน ท่านๆ ทั้งหลาย ในตำแหน่ง บริหารบ้าง...ผมเชื่อว่าท่านกำลังหาทางให้อยู่...มาถึงก็ชะเลีย ซะยกใหญ่ เรื่องจริง เรื่องสร้างสรรค์ ก็ต้องว่ากันตามตรงครับ...ในปีนี้ตั้งเป้าแล้ว... ในเมื่อเราต้องเดินไปกับระบบใหม่เราก็ต้อง ปรับตัว...เอาเป็นว่าในปีนี้ ... ผมก็จะพยายามอัพเดทเนื้อหาถี่ๆ หน่อย..เอาเรื่องงานเรื่องนโยบายนี่แหละมาเผาให้กันอ่าน..
ท้ายนี้ก็ขอให้ทุกท่าน มีความสุข ไม่เจ็บ ไม่ป่วย ไม่จน มีมงคลที่ดีกับชีวิตทุกท่าน...ตลอดปี 2559 และตลอดไปครับ..บาย

วันจันทร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2555

และแล้วกรมราชทัณฑ์ก็เลือกสายวิชาการเป็นใหญ่

คนราชทัณฑ์ กับ งานราชทัณฑ์
ตามที่ได้โพสต์เกี่ยวกับความก้าวหน้าของสายงานทั่วไปในระดับอาวุโส ตอนนี้มีข่าวที่ค่อนข้างแน่นอน และน่าเสียดายสำหรับ เจ้าพนักงานราชทัณฑ์ ระดับชำนาญงาน ว่าตำแหน่งอาวุโสในช่วงนี้ไม่สามารถเปิดตำแหน่งได้ พูดง่ายๆ ไม่มีคำแหน่งให้ เชิญ ดักดานต่อไป แต่การประเมินจากสายทั่วไป ไปสายวิชาการ กรมจะเปิดโอเพ่น ให้สำหหรับ เจ้าพนักงาน ระดับ ชำนาญงาน ที่มีปริญญาตรี และมีภาค ก รวมถึงผู้ที่ขึ้นบัญชีสอบได้ในสายงานระดับปริญญาตรี(ขอใช้บัญชี) โอน/ประเมิน เป็นนักทัณฑปฎิบัติการ โดยใช้รูปแบบประเมิน ซึ่งส่วนใหหญ่ก็จะเป็นเจ้าพนักงานชำนาญงานใหม่ที่ทำงานมา ประมาณ 6 - 7 ปี แล้ว สำหรับผู้ที่ทำงานตั้งแต่ซี 1 เดิม อายุงานเกิน 15 ปี ที่กินตำแหน่ง ชำนาญงานอยู่ปัจจุบันนี้ให้ทำใจนะครับ ใครมีแรงไปสอบภาค ก ก็ไปสอบซะ ใครไม่มีแรงสอบ ก็เป็นผู้ปฎิบัติไปเรื่อยๆ นี่แหละครับ การที่ กรมราชทัณฑ์ เต็มไปด้วยนักวิชาการ การต่อสู้เพื่อความก้าวหน้าในสายงานทั่วไป จึงเป็นอะไรที่มืดมัว แต่ก็อย่าเพิ่งหมดแรงนะครับ อาจจะมี ความหวังๆไม่ปีใดก็ปีหนึ่งสำหรับพวกเรา
ท่านที่เป็นชำนาญงาน แก่ๆ ส่วนใหญ่พวก บรรจุ ปี 36-39 ซะส่วนใหญ่ พวกนี้อนาคต อาจจะอยู่ที่ชำนาญงาน จนเกษียณ ต้องทำใจครับ ในเมื่อคนทำเรื่องที่อยู่กรมฯ เขาเป็นนักวิชาการ เคยโพสต์ไปแล้ว นะครับ สิ่งใดที่เขาไม่มีส่วนได้เสีย พวกเขาจะไม่ต่อสู้ให้เด็ดขาด เจ้าพนักงานราชทัณฑ์ ชำนาญงาน ที่ทำงานอยู่ในกรม ไม่รับรู้ถึงความรู้สึกแบบเจ้าขุนมูลนาย ซึ่งยังมีอยู่ที่เรือนจำทั่วประเทศ ว่ามันเจ็บปวดในการปฎิบัติงานแค่ใหน ผู้คุมเรือนจำ ก็ต้องจำทน นานมาที โพสต์นี้ก็มีบ่นบ้าง พบกันกระทู้ต่อไปครับ ว่าจะเอาให้ถี่กว่านี้ แต่เวลามันไม่ค่อยมี สวัสดีปีใหม่ เพื่อนราชทัณฑ์ ทุกคนครับ บายครับ

วันพฤหัสบดีที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2555

เขาปลดล๊อกเรื่องเวลาในการเบิกเวรยามแล้วให้ก็ไม่อยากจะเอากัน ความเรื่องมากของคนราชทัณฑ์

คนราชทัณฑ์ กับ งานราชทัณฑ์

ตามกระทู้ ของขวัญปีใหม่ จากกรม กรมราชทัณฑ์ เขาไปทำข้อตกลงกับกรมบัญชีกลางเกี่ยวกับการที่ข้าราชการเราที่เข้าเวร กลางวัน 08.30-16.30 และกลางคืน 16.30-08.30 น.สามารถเบิกค่าล่วงเวลาลักษณะซ้ำตัวบุคคล(เป็นภาษาที่นักกฏหมายเขาใช้)ได้หรือเปล่า ง่ายๆ ภาษาผู้คุมคือเข้าเวรเบิ้ลได้หรือเปล่า เพราะการเข้าเวรลักษณะนี้จะเกิดเฉพาะวันหยุด เรียกภาษาผู้คุมเราว่า เวรเบิ้ลลล.. กรมบัญชีกลางเขาก็ตอบให้กรมราชทัณฑ์กลับมาว่า ได้คะ แต่ต้องจำเป็นจริงๆนะคะ เพราะตามที่คุณขอฉันมา คุณอ้างความจำเป็นว่า อัตรากำลังไม่พอ หากอัตรากำลังเพียงพอให้เบิกแบบปกตินะคะ(นี่ก็เป็นภาษาการเขียนกฏหมายที่ต้องแสดงให้เห็นว่าเราไม่ได้อนุญาตง่ายๆนะ แต่เราอนุญาตตัวเองแล้วแหละ อะไรประมาณนี้)

ย่อหน้าสุดท้ายหน้าที่ 2 ของหนังสือกรมบัญชีกลาง


และกรมฯก็อ้างย่อหน้านี้เพื่อความชัดเจนว่า เบิกได้ ไอ้เวรเบิ้ล เนี๊ยยย... ในหนังสือนำส่ง ย่อหน้าที่ 2 ก็ ย้ำชัด กรมฯ จัดให้แล้วนะเบิกเวรเบิ้ลเนี่ย..


แต่ไอ้ที่กำลังเถียงกันอยู่ ตามเรือนจำ ของพวกนักกฏหมายใหญ่ คือหนังสือกรมท่อนท้าย ประโยคนี้


พวกนักกฏหมายใหญ่ ตามเรือนจำ/ทัณฑสถาน ไปจินตนาการว่า การจะเบิกเวรยามลักษณะดังกล่าวได้ ต้องมีการมอบหมาย หรือจัดให้เข้าจากการจัดเวรเท่านั้น จะบ้าตาย.... เรือนจำใหนจะเป็นบ้าจัดเวรเบิ้ลว่ะเนี่ยย.. คิดได้ไง ที่เขาไปขอทำความตกลงกับกรมบัญชีกลางให้เรา ก็เพราะเขาเห็นว่า พวกเราที่อยู่ตามเรือนจำ เสาร์-อาทิตย์ หรือวันหยุดราชการ คนที่มีความจำเป็นเข้าเวรไม่ได้ ต้องให้เพื่อนช่วยเบิ้ลให้หน่อย ราคาจ้างเท่าใหร่ก็ตกลงกันไป แต่เบิกไม่ได้ ให้เบิกได้ช่วงเดียว ก็เพื่อให้มันเบิกแบบสองช่วงเวลาได้นี่แหละ กรมฯ เขาถึงไปทำข้อตกลงให้เรา เพราะเห็นว่าเป็นประโยชน์กับเรา นักกฏหมายของเรือนจำ ก็แย้งอีก ว่า เอ้า ก็กรมสั่งว่าต้องได้รับมอบหมายเท่านั้น ถึงจะเบิกได้ ก็อยากจะถามกลับไปว่า ไอ้คนที่เข้าเวรเบิ้ล ใครอนุญาต ก็พัศดีไม่ใช่เหรอ พัศดีเวรตอนวันหยุด มีอำนาจพิจารณาสั่งการกรณีแทนเวรยามหรือเมื่อมีการขาดเวรยามอนุญาตให้มาเข้าเวรได้แทนผู้บัญชาการเรือนจำอยู่แล้ว ก็เสมือนว่าหน่วยงานอนุญาต นั่นแหละ ถือเป็นการมอบหมายโดยหน่วยงาน ไม่งั้นมันจะมาเข้าเวรได้อย่างไร เขาใช้หลักการความรับผิดชอบ ก็คือว่า สมมุติ ผู้คุมคนหนึ่งถูกจัดเวรให้เข้าเวรช่วงกลางวันวันเสาร์ เหตุการณ์ปกติ และเบิกได้ แต่คนนี้จำเป็นต้องรับเวรแทนเพื่อน ในช่วงกลางคืนต่อเนื่องโดยขออนุญาตพัศดีแล้ว ตอนกลางดึกมีผู้ต้องขังแหกหัก หลบหนี ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นผู้คุมคนนี้ก็ต้องรับผิดชอบดังเช่นการเข้าเวรปกติทุกประการแม้จะเบิกค่าตอบแทนในช่วงเวลา ต่อเนื่อง ไม่ได้  กรมเขาก็เห็นใจตรงนี้ จะเบิ้ลไม่เบิ้ลผู้คุมก็โดนเหมือนกันเมื่อมีเหตุ เขาก็เลยไปตกลงให้เราว่า คนของผมเข้าเวรอย่างนี้แล้วต้องรับผิดชอบเหมือนปกติ น่าจะเบิกให้เขาได้ กรมบัญชีกลางก็ตอบกลับมาแล้วว่า ได้ ก็จบ อย่าเถียงกันเลยครับเรื่องนี้ อะไรเป็นคุณ กับเพื่อนข้าราชการเราก็จัดๆ ให้กันไปเถอะครับ... ไม่ต้องเชื่อผมก็ได้นะครับ นี่เป็นข้อวิจารณ์ส่วนตัวของผมนะ หากสงสัยประเด็นใด ลองโทรไปถามกรมฯ ดูอีกครั้งก็ไม่ว่ากัน ครับ...แล้วพบกันใหม่ กระทู้หน้าครับ